วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ยอมติดคุก...หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย" คิดอะไรอยู่หรือพี่ " เธอถาม" จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง"" จำได้สิพี่ " เมียพยักหน้าหงึกๆ" แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือก....ว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี "" แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้" แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "" ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!! "Cr. ทางแพทย์สายพุทธ

ยอมติดคุก...
หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย
" คิดอะไรอยู่หรือพี่ " เธอถาม
" จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่า
ข้าเข้าหาเอ็ง"
" จำได้สิพี่ " เมียพยักหน้าหงึกๆ
" แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือก....ว่าจะมาสู่ขอเอ็ง
หรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี "
" แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้
" แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "
" ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก
วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!! "
Cr. ทางแพทย์สายพุทธ

"ทางออกของลูก" สามี-ภรรยาคู่หนึ่งให้การบ้านลูกสาววัยย่างเข้าสู่วัยรุ่นว่า ให้นึกถึงการทำผิดหนักที่สุดที่ทำให้พ่อ-แม่เสียใจจนไม่อาจให้อภัยได้ พร้อมยกเหตุผลที่ได้กระทำสิ่งนั้น และการหาทางออกมา1ข้อ พร้อมการทำผิดรองลงมาโดยไม่ต้องประกอบเหตุผลและทางออกมาอีก2ข้อ... ผ่านไป3วัน ลูกสาวนำกระดาษเขียนคำตอบมาส่ง เนื้อความเขียนบรรยายคือ1.การท้องโดยที่ยังเรียนไม่จบ ทำไปเพราะอยากรู้อยากลองและไม่สามารถหักห้ามใจได้ ทางออกคือ ปรึกษาเพื่อนหรือแฟน2.ติดยาเสพติด...3.เรียนไม่จบหลังอ่านคำตอบจบ ทั้งคู่สอนลูกสาวว่า...พ่อ-แม่ภูมิใจที่ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดีดั่งที่เขียนถึงความผิดข้อต่างๆ และหวังว่าเมื่อรู้แล้ว ลูกสาวจะไม่ทำให้พ่อ-แม่เสียใจ...แต่หากวันใดที่ลูกได้ทำผิด ทั้งจากตั้งใจและไม่ตั้งใจ หรือตกเป็นเหยื่อในเรื่องใดก็ตาม ขอให้ลูกสัญญาว่า จะเข้ามาบอกให้พ่อ-แม่รับรู้เป็นคนแรก และพ่อกับแม่ก็สัญญาเช่นกันว่า ต่อให้โกรธและต้องทำโทษลูกบ้าง...แต่ในที่สุดพ่อ-แม่จะเป็นคนพาลูกออกจากปัญหาด้วยตัวเอง._____________________________สำหรับความรักที่พ่อ-แม่มีให้ลูกนั้น ยิ่งใหญ่จนไม่มีความผิดหนักที่สุดสถานใดของลูก ที่ไม่อาจให้อภัยได้...เพียงแต่บ่อยครั้ง เราปิดทางออกในการพาลูกออกจากปัญหาด้วยความคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป หรือการคาดโทษรุนแรงจนลูกต้องหันไปพึ่งคนอื่นๆ แล้วเลยไปสู่ปัญหาร้ายแรงกว่าตัวต้นเหตุ...เราทุกคนก็ล้วนผ่านวัยเด็กมาแล้วทั้งสิ้น เราทุกคนก็ล้วนผ่านการทำผิดมาแล้วทั้งสิ้น...ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเด็กก็คือเด็กไม่รู้ประสา...เราในฐานะพ่อ-แม่ต่างหาก ไม่ควรปิดประตูทางออกที่ดีที่สุดของลูกตัวเอง...........................................................บทความโดยคุณเสก สถานีคลายทุกข์นุสนธิ์บุคส์

"ทางออกของลูก"
         สามี-ภรรยาคู่หนึ่งให้การบ้านลูกสาววัยย่างเข้าสู่วัยรุ่นว่า 
ให้นึกถึงการทำผิดหนักที่สุดที่ทำให้พ่อ-แม่เสียใจจนไม่อาจให้อภัยได้  พร้อมยกเหตุผลที่ได้กระทำสิ่งนั้น  และการหาทางออกมา1ข้อ 
พร้อมการทำผิดรองลงมาโดยไม่ต้องประกอบเหตุผลและทางออกมาอีก2ข้อ...
      ผ่านไป3วัน  ลูกสาวนำกระดาษเขียนคำตอบมาส่ง  เนื้อความเขียนบรรยายคือ
1.การท้องโดยที่ยังเรียนไม่จบ  ทำไปเพราะอยากรู้อยากลองและไม่สามารถหักห้ามใจได้  ทางออกคือ ปรึกษาเพื่อนหรือแฟน
2.ติดยาเสพติด...
3.เรียนไม่จบ
หลังอ่านคำตอบจบ  ทั้งคู่สอนลูกสาวว่า...พ่อ-แม่ภูมิใจที่ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดีดั่งที่เขียนถึงความผิดข้อต่างๆ  และหวังว่าเมื่อรู้แล้ว  ลูกสาวจะไม่ทำให้พ่อ-แม่เสียใจ...
แต่หากวันใดที่ลูกได้ทำผิด  ทั้งจากตั้งใจและไม่ตั้งใจ  หรือตกเป็นเหยื่อในเรื่องใดก็ตาม  ขอให้ลูกสัญญาว่า  จะเข้ามาบอกให้พ่อ-แม่รับรู้เป็นคนแรก  และพ่อกับแม่ก็สัญญาเช่นกันว่า  ต่อให้โกรธและต้องทำโทษลูกบ้าง...แต่ในที่สุดพ่อ-แม่จะเป็นคนพาลูกออกจากปัญหาด้วยตัวเอง.
_____________________________
สำหรับความรักที่พ่อ-แม่มีให้ลูกนั้น  ยิ่งใหญ่จนไม่มีความผิดหนักที่สุดสถานใดของลูก  ที่ไม่อาจให้อภัยได้...
เพียงแต่บ่อยครั้ง  เราปิดทางออกในการพาลูกออกจากปัญหาด้วยความคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป  หรือการคาดโทษรุนแรงจนลูกต้องหันไปพึ่งคนอื่นๆ  แล้วเลยไปสู่ปัญหาร้ายแรงกว่าตัวต้นเหตุ...
เราทุกคนก็ล้วนผ่านวัยเด็กมาแล้วทั้งสิ้น  เราทุกคนก็ล้วนผ่านการทำผิดมาแล้วทั้งสิ้น...ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเด็กก็คือเด็กไม่รู้ประสา...
เราในฐานะพ่อ-แม่ต่างหาก  ไม่ควรปิดประตูทางออกที่ดีที่สุดของลูกตัวเอง.
..........................................................
บทความโดยคุณเสก สถานีคลายทุกข์
นุสนธิ์บุคส์

วันนี้วันพระ....ครับ "พรหมวิหารธรรม" ในห้องแห่งความสุข ใช้ห้องแห่งความสุขด้วย... ความเมตตา......โดยระมัดระวังไม่ให้มีน้ำหยด เปียกแฉะ บริเวณฝาของโถ ที่ปลดเปลื้องทุกข์ กรุณา...............ต่อผู้ที่จะใช้ต่อด้วยการเหลียวมอง อีกครั้ง และเช็ดร่องรอยที่เกิดจาก การใช้ของตน มุทิตา...............นึกยินดีและขอบคุณผู้ใช้คนก่อน เมื่อเข้ามาพบห้องน้ำที่สะอาดและแห้ง อุเบกขา............ระวังจิตให้ตั้งมั่น ไม่พลัดหลงไปขุ่นมัว หากพบร่องรอยแห่งความเผลอไผล อันเกิดจากผู้ที่ใช้ก่อน Cr : ครูโม โรงเรียนรุ่งอรุณ

วันนี้วันพระ....ครับ

"พรหมวิหารธรรม" ในห้องแห่งความสุข

ใช้ห้องแห่งความสุขด้วย...

ความเมตตา......โดยระมัดระวังไม่ให้มีน้ำหยด
                          เปียกแฉะ บริเวณฝาของโถ
                          ที่ปลดเปลื้องทุกข์

กรุณา...............ต่อผู้ที่จะใช้ต่อด้วยการเหลียวมอง
                         อีกครั้ง และเช็ดร่องรอยที่เกิดจาก
                         การใช้ของตน

มุทิตา...............นึกยินดีและขอบคุณผู้ใช้คนก่อน
                         เมื่อเข้ามาพบห้องน้ำที่สะอาดและแห้ง

อุเบกขา............ระวังจิตให้ตั้งมั่น ไม่พลัดหลงไปขุ่นมัว
                          หากพบร่องรอยแห่งความเผลอไผล
                          อันเกิดจากผู้ที่ใช้ก่อน

Cr : ครูโม โรงเรียนรุ่งอรุณ

นาฬิกาทุกเรือน บอกเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆในขณะที่นาฬิกาชีวิตของคนเรา นับถอยหลังลงเรื่อยๆอยากรู้ว่าตอนนี้กี่โมง .. ยังมีนาฬิกาช่วยบอกแต่ถ้าอยากรู้ว่าเหลืออีกกี่ชั่วโมงบนโลกใบนี้ .. ไม่มีอะไรบอก!!เราทำได้แค่ ถ้าเห็นความสุขอยู่ข้างหน้า กระโจนลงไปก่อนอย่าเสียเวลามัวแต่กังวลว่า .. มันจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน ?วันหนึ่ง .. ถ้าเวลาของเราหมดลงอย่างน้อย...เวลาที่เราหันกลับมาดูก็ยังชื่นใจได้ว่า ฉันได้เคยมีความสุขมาแล้วต่อให้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่มันจะอยู่ในความทรงจำที่ยาวนานชั่วชีวิต!!Cr. Fwline

นาฬิกาทุกเรือน บอกเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ
ในขณะที่นาฬิกาชีวิตของคนเรา นับถอยหลังลงเรื่อยๆ
อยากรู้ว่าตอนนี้กี่โมง .. ยังมีนาฬิกาช่วยบอก
แต่ถ้าอยากรู้ว่าเหลืออีกกี่ชั่วโมงบนโลกใบนี้ ..
ไม่มีอะไรบอก!!
เราทำได้แค่ ถ้าเห็นความสุขอยู่ข้างหน้า
กระโจนลงไปก่อน
อย่าเสียเวลามัวแต่กังวลว่า ..
มันจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน ?
วันหนึ่ง .. ถ้าเวลาของเราหมดลง
อย่างน้อย...เวลาที่เราหันกลับมาดู
ก็ยังชื่นใจได้ว่า ฉันได้เคยมีความสุขมาแล้ว
ต่อให้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
แต่มันจะอยู่ในความทรงจำที่ยาวนานชั่วชีวิต!!
Cr. Fwline

สาวจีนยอดกตัญญู.... ผู้พายายไปทำงานด้วยทุกวัน เพราะไม่มีคนดูแล ชี้หากวันไหนยายเดินไม่ไหว จะเป็นผู้อุ้มยายขึ้นหลังแบกยายไปด้วยตัวเองวานนี้(23 ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ได้เผยเรื่องราวที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจ ของหลานสาวสุดกตัญญูที่ตัดสินใจพาคุณยายของเธอไปทำงานด้วยทุกวัน เพื่อแก้ปัญหาของครอบครัวในการดูแลยายผู้แก่ชราโดย หวง ลี่หัว วัย 24 ปี จากเขตเทศบาลเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เผยว่า ตอนที่เธออายุ 2 ขวบ พ่อกับแม่ได้นำเธอไปฝากให้คุณยายวัย 88 ปี ที่อยู่ในชนบทเลี้ยง เพราะพวกท่านต้องออกไปทำงาน แม้ว่าใครจะมองว่าการที่เด็กเมืองอย่างเธอออกไปใช้ชีวิตอยู่ตามชนบทจะเป็นเรื่องลำบาก แต่จริง ๆ แล้วมันกลับเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต เธอจำได้ว่าคุณยายใจดีและมักจะ พาเธอตามติดไปด้วยทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะไปตลาด บ้านเพื่อน หรือแม้แต่ไปทำงานในไร่ เธอได้ทานอาหารดี ๆ และได้รับความรักอย่างมากมาย ก่อนที่เธอจะต้องกลับเข้าเมืองมาเพื่อเรียนหนังสือ แต่เธอก็ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่อยู่กับยายเลย หลังจากที่เรียนจบ หวง ลี่หัว ก็ได้ย้ายไปทำงานในมณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เพื่อส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่ และได้เริ่มธุรกิจร้านอาหารเป็นของตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นเรียกได้ว่าเธอมีทุกสิ่งที่ต้องการในชีวิตแล้ว ทั้งแฟนหนุ่มที่รักกันมาก และธุรกิจที่กำลังไปได้สวย ดังนั้นเธอจึงนึกถึงยายขึ้นมา "ฉันตกลงที่จะเป็นคนดูแลยาย แต่เนื่องจากยายย้ายจากชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองจึงค่อนข้างจะใช้ชีวิตลำบาก ฉันจึงเกิดไอเดียว่าจะพายายไปทำงานด้วย" หวง ลี่หัว กล่าว พร้อมชี้ว่าที่ร้านของเธอนั้นมักจะมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเสมอ และมีคนจำนวนมากให้ยายได้พูดคุยด้วย ยายของเธอจึงรู้สึกมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองขึ้นมา

สาวจีนยอดกตัญญู....
ผู้พายายไปทำงานด้วยทุกวัน เพราะไม่มีคนดูแล
ชี้หากวันไหนยายเดินไม่ไหว จะเป็นผู้อุ้มยายขึ้นหลังแบกยายไปด้วยตัวเอง
วานนี้(23 ก.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ ได้เผยเรื่องราวที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจ ของหลานสาวสุดกตัญญูที่ตัดสินใจพาคุณยายของเธอไปทำงานด้วยทุกวัน เพื่อแก้ปัญหาของครอบครัวในการดูแลยายผู้แก่ชรา
โดย หวง ลี่หัว วัย 24 ปี จากเขตเทศบาลเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เผยว่า ตอนที่เธออายุ 2 ขวบ พ่อกับแม่ได้นำเธอไปฝากให้คุณยายวัย 88 ปี ที่อยู่ในชนบทเลี้ยง เพราะพวกท่านต้องออกไปทำงาน แม้ว่าใครจะมองว่าการที่เด็กเมืองอย่างเธอออกไปใช้ชีวิตอยู่ตามชนบทจะเป็นเรื่องลำบาก แต่จริง ๆ แล้วมันกลับเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต เธอจำได้ว่าคุณยายใจดีและมักจะ พาเธอตามติดไปด้วยทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะไปตลาด บ้านเพื่อน หรือแม้แต่ไปทำงานในไร่ เธอได้ทานอาหารดี ๆ และได้รับความรักอย่างมากมาย ก่อนที่เธอจะต้องกลับเข้าเมืองมาเพื่อเรียนหนังสือ แต่เธอก็ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่อยู่กับยายเลย
หลังจากที่เรียนจบ หวง ลี่หัว ก็ได้ย้ายไปทำงานในมณฑลกวางตุ้ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เพื่อส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่ และได้เริ่มธุรกิจร้านอาหารเป็นของตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นเรียกได้ว่าเธอมีทุกสิ่งที่ต้องการในชีวิตแล้ว ทั้งแฟนหนุ่มที่รักกันมาก และธุรกิจที่กำลังไปได้สวย ดังนั้นเธอจึงนึกถึงยายขึ้นมา
"ฉันตกลงที่จะเป็นคนดูแลยาย แต่เนื่องจากยายย้ายจากชนบทเข้ามาอยู่ในเมืองจึงค่อนข้างจะใช้ชีวิตลำบาก ฉันจึงเกิดไอเดียว่าจะพายายไปทำงานด้วย"
หวง ลี่หัว กล่าว พร้อมชี้ว่าที่ร้านของเธอนั้นมักจะมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเสมอ และมีคนจำนวนมากให้ยายได้พูดคุยด้วย ยายของเธอจึงรู้สึกมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมืองขึ้นมา

"ตุ๊กตาไขลาน"ความรู้สึกของเรา มันเป็นของเราจริงๆไหม หรือเป็นของใครกันแน่ เราถูกทำให้ยิ้มโดยคนอื่น ถูกทำให้ร้องไห้โดยคนอื่น น่าแปลกทั้งๆที่คนรู้สึกคือเรา เหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะสิ่งรอบข้างการจะควบคุมสิ่งเหล่านั้น มันยาก...พอๆกับควบคุมความรู้สึกตัวเองเจ้าตุ๊กตาไขลาน มีคนมาหมุน... ดูการทำงานของมัน พอหมดเวลาลงเขาก็แค่เดินจากไป มีบ้าง ที่จะหมุนใหม่ แต่ก็ไม่เกิน 3 ครั้งสุดท้าย ก็เดินจากไป .. ความสนุกของเจ้าตุ๊กตา เกิดขึ้นจากคนอื่นมันบังคับตัวเองไม่ได้ เฉกเช่นมนุษย์.... เรามีความสุข เราเศร้า เรายิ้ม เราร้องไห้ กับตัวเองไม่ได้เราเลยต้องมีสังคม สังคมที่เราจะขับเคลื่อนความรู้สึกของเรา ไปในทิศทางที่เหมาะสม สังคมที่จะสอนให้เราเรียนรู้ถึงชีวิต ตัวฉันสุดท้าย คงไม่มีค่าเกิน แค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง .Cr. จดหมายจากหัวใจ

"ตุ๊กตาไขลาน"
ความรู้สึกของเรา มันเป็นของเราจริงๆไหม
หรือเป็นของใครกันแน่
เราถูกทำให้ยิ้มโดยคนอื่น
ถูกทำให้ร้องไห้โดยคนอื่น น่าแปลก
ทั้งๆที่คนรู้สึกคือเรา เหมือนทุกอย่างเกิดขึ้น
เพราะสิ่งรอบข้าง
การจะควบคุมสิ่งเหล่านั้น มันยาก...
พอๆกับควบคุมความรู้สึกตัวเอง
เจ้าตุ๊กตาไขลาน มีคนมาหมุน...
ดูการทำงานของมัน พอหมดเวลาลง
เขาก็แค่เดินจากไป มีบ้าง ที่จะหมุนใหม่
แต่ก็ไม่เกิน 3 ครั้ง
สุดท้าย ก็เดินจากไป ..
ความสนุกของเจ้าตุ๊กตา เกิดขึ้นจากคนอื่น
มันบังคับตัวเองไม่ได้
เฉกเช่นมนุษย์....
เรามีความสุข เราเศร้า เรายิ้ม
เราร้องไห้ กับตัวเองไม่ได้
เราเลยต้องมีสังคม
สังคมที่เราจะขับเคลื่อนความรู้สึกของเรา
ไปในทิศทางที่เหมาะสม
สังคมที่จะสอนให้เราเรียนรู้ถึงชีวิต
ตัวฉันสุดท้าย คงไม่มีค่าเกิน แค่ของเล่นชิ้นหนึ่ง .
Cr. จดหมายจากหัวใจ

แค่คนบางคน...ครับ๐๐๐ บนเส้นทางชีวิต ๐๐๐ เราอาจจะต้องเจอะเจอ.."คนบางคน"๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วก็ควรเฉยๆอย่าไปใส่ใจอะไรเขามากนัก เหนื่อยเปล่า เสียเวลาเปล่าเพราะเขาไม่มีคุณธรรมความดีอะไรติดตัวติดใจถึงแมัว่าจะมีฐานะมีความรู้ดีสักปานใดก็ตาม๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วก็ควรรีบทำใจปล่อยวางให้ได้เพราะเขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควรไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วก็ควรหลบหลีกหลีกหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะหนีให้พ้นได้คือ คนที่คอยพูดแต่ความชั่วของคนอื่นตนคือคนดีคนเดียวในโลกตนคือคนที่ถูกคนเดียวคนอื่นผิดหมด๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วก็ควรให้การต้อนรับดูแลด้วยน้ำจิตน้ำใจมิตรไมตรีตามสภาพของเราเช่นท่านผู้มีพระคุณต่อเรา และผู้มีบุญ มีศีล มีธรรม๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วก็ควรรีบก้มกราบไหว้บูชาเพราะมีคุณธรรมความดีที่งดงาม แม้จะไม่มีซึ่งฐานะความรู้อะไรก็ตามแม้จะเป็นเพียงตาสี ยายสาก็ตามแต่เขาเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ทั้งกายทั้งใจถอนซึ่งทิฏฐิมานะได้เสียแล้วมีทาน มีศีล มีภาวนา มีกาย วาจา ใจ ที่อบรมมาดีแล้ว๐๐ คนบางคน ๐๐พบเจอแล้วควรเจอกันแค่ชาตินี้ชาติเดียววันนี้วันเดียวพอคือ คนที่ชอบโกหกหลอกลวงเห็นแก่ได้ และดัดจริต เสแสร้ง มากด้วยมายา ต่อหน้าวันทา ลับหลังนินทาเครดิต..วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร.............................หากคุณไม่หาทุกข์มาใส่ตัว ใครหน้าไหนจะทำให้คุณทุกข์ได้ เพราะใจของคุณนั่นแหละ คุณต้องวางให้ลงปลงให้ได้.............................เพจ "ภาษาญี่ปุ่นและสิ่งดีๆ"... อยากให้ช่วยคิด ...

แค่คนบางคน...ครับ
๐๐๐ บนเส้นทางชีวิต ๐๐๐
เราอาจจะต้องเจอะเจอ.."คนบางคน"
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วก็ควรเฉยๆ
อย่าไปใส่ใจอะไรเขามากนัก
เหนื่อยเปล่า เสียเวลาเปล่า
เพราะเขาไม่มีคุณธรรมความดีอะไร
ติดตัวติดใจ
ถึงแมัว่าจะมีฐานะ
มีความรู้ดีสักปานใดก็ตาม
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วก็ควรรีบทำใจปล่อยวางให้ได้
เพราะเขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้
ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร
ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วก็ควรหลบหลีก
หลีกหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะหนีให้พ้นได้
คือ คนที่คอยพูดแต่ความชั่วของคนอื่น
ตนคือคนดีคนเดียวในโลก
ตนคือคนที่ถูกคนเดียว
คนอื่นผิดหมด
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วก็ควรให้การต้อนรับดูแล
ด้วยน้ำจิตน้ำใจมิตรไมตรี
ตามสภาพของเรา
เช่นท่านผู้มีพระคุณต่อเรา
และผู้มีบุญ มีศีล มีธรรม
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วก็ควรรีบก้มกราบไหว้บูชา
เพราะมีคุณธรรมความดีที่งดงาม
แม้จะไม่มีซึ่งฐานะความรู้อะไรก็ตาม
แม้จะเป็นเพียงตาสี ยายสาก็ตาม
แต่เขาเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ทั้งกายทั้งใจ
ถอนซึ่งทิฏฐิมานะได้เสียแล้ว
มีทาน มีศีล มีภาวนา
มีกาย วาจา ใจ ที่อบรมมาดีแล้ว
๐๐ คนบางคน ๐๐
พบเจอแล้วควรเจอกันแค่ชาตินี้ชาติเดียว
วันนี้วันเดียวพอ
คือ คนที่ชอบโกหกหลอกลวงเห็นแก่ได้
และดัดจริต เสแสร้ง มากด้วยมายา
ต่อหน้าวันทา ลับหลังนินทา
เครดิต..วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
.............................
หากคุณไม่หาทุกข์มาใส่ตัว
ใครหน้าไหนจะทำให้คุณทุกข์ได้
เพราะใจของคุณนั่นแหละ
คุณต้องวางให้ลงปลงให้ได้
.............................
เพจ "ภาษาญี่ปุ่นและสิ่งดีๆ"
... อยากให้ช่วยคิด ...