วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภาพนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี และนำความเครียดมาสู่เจ้าของภาพอย่างมาก เมื่อฝูงเสือซีต้าได้วิ่งไล่ล่าแม่กวาง และลูกเล็กๆของเธอ อีก 2 ตัว ไม่ยากที่แม่กวางจะวิ่งหนีให้พ้นจากเขี้ยวเล็บ ของเสือซีต้า แต่เธอตัดสินใจเสียสละตัวเองด้วยการหยุดยืนอย่างสงบนิ่ง รอการขย้ำจากฝูงเสือซีต้า ในภาพแม่กวางกำลังทอดสายตา มองลูกกวาง วิ่งไกลออกไปจนพ้นขีดอันตราย แม้ตัวเธอเองกำลังจะถูกกัดเป็นชิ้นๆ ดูภาพนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงครับ? Cr. ครูรัตน์ เกษียณสุข

ภาพนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี
และนำความเครียดมาสู่เจ้าของภาพอย่างมาก

เมื่อฝูงเสือซีต้าได้วิ่งไล่ล่าแม่กวาง
และลูกเล็กๆของเธอ อีก 2 ตัว
ไม่ยากที่แม่กวางจะวิ่งหนีให้พ้นจากเขี้ยวเล็บ
ของเสือซีต้า

แต่เธอตัดสินใจเสียสละตัวเองด้วยการหยุดยืนอย่างสงบนิ่ง
รอการขย้ำจากฝูงเสือซีต้า

ในภาพแม่กวางกำลังทอดสายตา มองลูกกวาง
วิ่งไกลออกไปจนพ้นขีดอันตราย
แม้ตัวเธอเองกำลังจะถูกกัดเป็นชิ้นๆ

ดูภาพนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงครับ?

Cr. ครูรัตน์ เกษียณสุข

8 ข้อปฏิบัติเพื่อฝึกหาความสุข ..... 1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป 2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย 3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง 4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว 5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย 6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า "เรามาถูกทางแล้ว" แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกากับคำนินทา ก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา 7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน 8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น อ่านแล้ว.....อยากอ่านอีกครั้ง Cr. Danai Chanchaochai

8 ข้อปฏิบัติเพื่อฝึกหาความสุข .....

1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า "เรามาถูกทางแล้ว" แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกากับคำนินทา ก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น

อ่านแล้ว.....อยากอ่านอีกครั้ง

Cr. Danai Chanchaochai

ถนนสายนี้... กลับบ้าน นานมาแล้ว ผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจ ผมจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะมันนานจนผมออกจะเลือนๆไปบ้างแล้ว ผมจะขอเล่าในแบบของผม เท่าที่ผมพอจำได้นะครับ เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเรื่องบาดหมางใจกับพ่อ ทั้งสองคนจะมีความเห็นไม่ลงรอยกัน และมักจะมีปากเสียงกันกันอยู่เสมอ เพราะผู้เป็นพ่อจะคอยห้ามปราม ไม่ให้เขาคบหากับเพื่อนเกเรบางคน แล้ววันหนึ่งเขากับพ่อก็มีปากเสียงกันอีก คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยสัญญากับตัวเองว่า หากไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาก็จะไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีก เขาอยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นและยอมรับในตัวเขาเสียที วันที่เขานั่งรถเพื่อออกจากหมู่บ้าน เขาเหลียวหลังกลับไปมองบ้านของตนเอง เขารู้สึกเหมือนว่าเห็นสายตาของพ่อ กำลังมองมาที่เขาจากสักมุมหนึ่งของบ้าน วูบหนึ่งของความคิดเขารู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้ เพราะบ้านของเขาอยู่ในชนบท ห่างไกลจากผู้คน หากบ้านขาดเขาสักคนอาจจะทำให้ยุ่งยากลำบากได้ แต่ความถือดีก็เอาชนะความลังเลของเขาไป เขามุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่ชีวิตไม่ง่าย เขาเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ รับจ้างทำงานสารพัด ใช้ชีวิตตามลำพัง เพื่อนที่เคยคบหากันจนเป็นเหตุให้บาดหมางกับพ่อ ก็ติดคุกไปแล้วจากความเกเร เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป เขายังคงพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่เคยอยู่ที่ไหนนาน เขาเดินทางไกลขึ้น และห่างจากบ้านไปทุกทีๆ จนคิดว่าชาตินี้เขาคงไม่ได้หวนกลับบ้านอีกแล้ว หลายปีผ่านไป เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลายครั้งที่ความรู้สึกโหยหาบ้าน กระตุ้นให้เขาอยากกลับมา แต่เขาก็ไม่เคยกล้าพอ เขายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง แบบที่สัญญาไว้กับตัวเอง และเขาไม่รู้ว่าหากเขากลับมา จะมีใครต้อนรับเขาไหม โดยเฉพาะพ่อ และแล้วการตัดสินใจครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เขาได้งานที่จะต้องเดินทางไกลมากกว่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเส้นทางที่เขาจะต้องผ่านไปยังหมู่บ้านของเขา หลายครั้งแล้วที่เขาปฏิเสธงานที่จะต้องเดินทางผ่านบ้าน แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้ว.... เขาจึงเขียนจดหมายถึงพ่อของเขา เพื่อจะบอกว่า อีก 2 วัน เขาจะต้องผ่านถนนหน้าบ้านในตอนกลางคืน เขาไม่รู้ว่าพ่อจะยังรู้สึกแย่กับเขาอยู่ไหม หากพ่อจะให้อภัยเขา ก็ขอให้พ่อเปิดไฟในห้องนอนเดิมของเขาไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แล้วเขาก็จะแวะบ้านสักหน่อย แต่ถ้าพ่อยังโกรธไม่มีแสงไฟ เขาก็จะผ่านเลยไป หลังจากส่งจดหมายไปแล้ว เขาก็นับเวลารอคอยให้ถึงวันนั้น วันที่จะผ่านไปบ้าน เมื่อถึงวันเดินทาง เขารู้สึกตื่นเต้น และหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เขากลัวเหลือเกินว่าไฟในบ้านจะมืดสนิท บนถนนสายกลับบ้าน เมื่อรถกำลังวิ่งใกล้เข้าไป ใจเขาสั่นจนต้องกำมือแน่นและหลับตาลง ด้วยความกลัว เขาคาดคะเนระยะทางเมื่อใกล้ถึงบ้าน สักพักเขาก็ได้ยินเสียงพึมพำในรถดังขึ้น เขาจึงรีบเปิดตาขึ้น ภาพที่เห็นคือบ้านของเขาหลังเดิม มีไฟเปิดสว่างไสวไปทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งที่รั้วบ้าน และเขายังเห็นพ่อของเขา แม่และน้องสาวยืนโบกมืออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรอรับเขา.!! Cr. Steel Rose.com

ถนนสายนี้... กลับบ้าน

นานมาแล้ว ผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจ ผมจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะมันนานจนผมออกจะเลือนๆไปบ้างแล้ว

ผมจะขอเล่าในแบบของผม เท่าที่ผมพอจำได้นะครับ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเรื่องบาดหมางใจกับพ่อ ทั้งสองคนจะมีความเห็นไม่ลงรอยกัน และมักจะมีปากเสียงกันกันอยู่เสมอ เพราะผู้เป็นพ่อจะคอยห้ามปราม ไม่ให้เขาคบหากับเพื่อนเกเรบางคน

แล้ววันหนึ่งเขากับพ่อก็มีปากเสียงกันอีก คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยสัญญากับตัวเองว่า หากไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาก็จะไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีก เขาอยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นและยอมรับในตัวเขาเสียที

วันที่เขานั่งรถเพื่อออกจากหมู่บ้าน เขาเหลียวหลังกลับไปมองบ้านของตนเอง เขารู้สึกเหมือนว่าเห็นสายตาของพ่อ กำลังมองมาที่เขาจากสักมุมหนึ่งของบ้าน วูบหนึ่งของความคิดเขารู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้ เพราะบ้านของเขาอยู่ในชนบท ห่างไกลจากผู้คน หากบ้านขาดเขาสักคนอาจจะทำให้ยุ่งยากลำบากได้ แต่ความถือดีก็เอาชนะความลังเลของเขาไป

เขามุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่ชีวิตไม่ง่าย เขาเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ รับจ้างทำงานสารพัด ใช้ชีวิตตามลำพัง เพื่อนที่เคยคบหากันจนเป็นเหตุให้บาดหมางกับพ่อ ก็ติดคุกไปแล้วจากความเกเร

เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป เขายังคงพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่เคยอยู่ที่ไหนนาน เขาเดินทางไกลขึ้น และห่างจากบ้านไปทุกทีๆ จนคิดว่าชาตินี้เขาคงไม่ได้หวนกลับบ้านอีกแล้ว

หลายปีผ่านไป เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลายครั้งที่ความรู้สึกโหยหาบ้าน กระตุ้นให้เขาอยากกลับมา แต่เขาก็ไม่เคยกล้าพอ เขายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง แบบที่สัญญาไว้กับตัวเอง และเขาไม่รู้ว่าหากเขากลับมา จะมีใครต้อนรับเขาไหม โดยเฉพาะพ่อ

และแล้วการตัดสินใจครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เขาได้งานที่จะต้องเดินทางไกลมากกว่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเส้นทางที่เขาจะต้องผ่านไปยังหมู่บ้านของเขา หลายครั้งแล้วที่เขาปฏิเสธงานที่จะต้องเดินทางผ่านบ้าน
แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้ว....

เขาจึงเขียนจดหมายถึงพ่อของเขา เพื่อจะบอกว่า อีก 2 วัน เขาจะต้องผ่านถนนหน้าบ้านในตอนกลางคืน เขาไม่รู้ว่าพ่อจะยังรู้สึกแย่กับเขาอยู่ไหม หากพ่อจะให้อภัยเขา ก็ขอให้พ่อเปิดไฟในห้องนอนเดิมของเขาไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แล้วเขาก็จะแวะบ้านสักหน่อย แต่ถ้าพ่อยังโกรธไม่มีแสงไฟ เขาก็จะผ่านเลยไป

หลังจากส่งจดหมายไปแล้ว เขาก็นับเวลารอคอยให้ถึงวันนั้น วันที่จะผ่านไปบ้าน

เมื่อถึงวันเดินทาง เขารู้สึกตื่นเต้น และหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เขากลัวเหลือเกินว่าไฟในบ้านจะมืดสนิท

บนถนนสายกลับบ้าน เมื่อรถกำลังวิ่งใกล้เข้าไป ใจเขาสั่นจนต้องกำมือแน่นและหลับตาลง ด้วยความกลัว เขาคาดคะเนระยะทางเมื่อใกล้ถึงบ้าน สักพักเขาก็ได้ยินเสียงพึมพำในรถดังขึ้น เขาจึงรีบเปิดตาขึ้น ภาพที่เห็นคือบ้านของเขาหลังเดิม มีไฟเปิดสว่างไสวไปทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งที่รั้วบ้าน และเขายังเห็นพ่อของเขา แม่และน้องสาวยืนโบกมืออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรอรับเขา.!!

Cr. Steel Rose.com

เมื่อโจโฉ สอน โจผี .... โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน ? โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ โจโฉ : ผิดแล้ว... เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซือสัตย์.. โจผี : อ้าว ...ทำไมล่ะ ? โจโฉ : ขุนนางตงฉิน จะทำลายเรา ความชื่อสัตย์ จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา โจผี : อ้าวงั้นข้าควรทำอย่างไร ? โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง " กังฉิน " ไม่ใช่ " ตงฉิน " ให้อำนาจ "กังฉิน" ดูแลบ้านเมือง โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี ..ให้เงินทองใช้ ? โจโฉ : ผิดแล้ว..จงอย่าเลี้ยงให้มัน " อิ่ม " เสืออิ่มจะไม่กัด ..ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอมันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา..เราจะปลอดภัย เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักติดหลัง กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน โจผี : แต่ทำอย่างนั้น ไปนานๆ ประชาชนที่เดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ ?? โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย..การเลี้ยงกังฉิน มีวิธีการ 1 จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม และ 2 จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี.. โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร ? โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่สมควรจะได้.. โจผี : ทำแบบนั้น จะได้อะไร ? โจโฉ : ได้กังฉิน ไว้ปราบกังฉิน ..เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใด ทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการให้แก่กังฉินอีกเมือง มาโค่นมัน ... เมื่อโค่นสำเร็จ...ประชาชนก็จะแซ่ซร้อง สรรเสริญเรา..รักเรา ด้วยแรงนิยม ที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี้เอง กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบ เข้าที่เข้าทางต่อไปได้อีกหลายปี... และเมื่อถึงเวลา..เราก็ทำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป เข้าใจหรือยัง Cr. Forward Line

เมื่อโจโฉ สอน โจผี ....

โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน ?

โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ

โจโฉ : ผิดแล้ว... เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซือสัตย์..

โจผี : อ้าว ...ทำไมล่ะ ?

โจโฉ : ขุนนางตงฉิน จะทำลายเรา ความชื่อสัตย์ จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา

โจผี : อ้าวงั้นข้าควรทำอย่างไร ?

โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง " กังฉิน " ไม่ใช่ " ตงฉิน " ให้อำนาจ "กังฉิน" ดูแลบ้านเมือง

โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี ..ให้เงินทองใช้ ?

โจโฉ : ผิดแล้ว..จงอย่าเลี้ยงให้มัน " อิ่ม " เสืออิ่มจะไม่กัด ..ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอมันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน
เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา..เราจะปลอดภัย
เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักติดหลัง
กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน

โจผี : แต่ทำอย่างนั้น ไปนานๆ ประชาชนที่เดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ ??

โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย..การเลี้ยงกังฉิน มีวิธีการ

1 จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม และ

2 จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี..

โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร ?

โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่สมควรจะได้..

โจผี : ทำแบบนั้น จะได้อะไร ?

โจโฉ : ได้กังฉิน ไว้ปราบกังฉิน ..เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใด ทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการให้แก่กังฉินอีกเมือง มาโค่นมัน ...
เมื่อโค่นสำเร็จ...ประชาชนก็จะแซ่ซร้อง สรรเสริญเรา..รักเรา ด้วยแรงนิยม ที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี้เอง
กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบ เข้าที่เข้าทางต่อไปได้อีกหลายปี...

และเมื่อถึงเวลา..เราก็ทำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป
เข้าใจหรือยัง

Cr. Forward Line

...ความโกรธ ทำให้หัวใจ..ทำงานหนัก ความรัก ทำให้หัวใจ....ทำงานดี ความดี ทำให้หัวใจนั้น...พองโต ความโง่ จะทำให้...เสียหาย ความตายนั้นเป็นเรื่อง...ธรรมดา บุคคลใดเข้าใจธรรม บุคคลนั้นย่อมเห็นทุกสิ่ง..เป็นธรรมดา... Cr. อารมณ์ดี ชีวีสดใส

...ความโกรธ  ทำให้หัวใจ..ทำงานหนัก

ความรัก ทำให้หัวใจ....ทำงานดี

ความดี ทำให้หัวใจนั้น...พองโต

ความโง่ จะทำให้...เสียหาย

ความตายนั้นเป็นเรื่อง...ธรรมดา

บุคคลใดเข้าใจธรรม
บุคคลนั้นย่อมเห็นทุกสิ่ง..เป็นธรรมดา...

Cr. อารมณ์ดี ชีวีสดใส

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

คนขับรถของ "หลี่เจียเฉิง" หรือ ชื่อที่รู้จักในแวดวงธุรกิจทั่วโลกว่า ลีกาชิง ขับรถให้เขามากว่า 30 ปี และจะขอลาออก "หลี่" เห็นว่าเขาทำงานด้วยความตั้งใจ และสัตย์ซื่อ จึงจ่ายเช็คจำนวน 2 ล้าน ให้เขา เพื่อใช้ในชีวิตบั้นปลาย คนขับรถบอกว่า ไม่ต้องหรอก เงิน 10-20 ล้าน ท่านได้สอนวิธีทำเงินให้ผมมาแล้ว และผมก็สามารถหาได้ "หลี่" ประหลาดใจมาก จึงถามว่า คุณทำงานเงินเดือนๆ ละ 2 หมื่น ทำไมจึงมีเงินสะสมมากมายเช่นนี้ คนขับรถตอบว่า ขณะที่ผมขับรถให้ท่าน ท่านนั่งอยู่ด้านหลัง โทรศัพท์พูดคุยกับผู้อื่นว่า ซื้อที่ดินย่านไหน ผมก็ทำตามท่าน ไปซื้อไว้บ้างเล็กน้อย ท่านพูดว่า จะไปซื้อหุ้นตัวไหน ผมก็ทำตามท่าน ไปซื้อบ้างนิดหน่อย จนถึงวันนี้ ผมจึงพอมีทรัพย์สินอยู่จำนวนหนึ่ง 10 ล้าน 20 ล้านนี่แหละครับ "คุณจะเป็นใครไม่สำคัญ แต่คุณอยู่กับใคร เรียนรู้กับใคร นั่นต่างหากที่สำคัญกว่า" อยู่กับล้าน จะได้ล้าน อยู่กับสิบล้าน จะได้สิบล้าน อยู่กับร้อยล้าน จะได้ร้อยล้าน ฟางข้าวต้นหนึ่ง ไม่มีค่า เมื่อใช้มัด ผักกาดขาว นั่นคือ ราคาของผักกาดขาว แต่เมื่อใช้มัด ตัวปูใหญ่ ก็จะเป็น ราคาของปูใหญ่ ตามแมลงวัน ก็จะใกล้ห้องสุขา ตามผึ้ง ก็จะหาน้ำหวานจากดอกไม้ อยู่กับคนที่คิดลบ ชีวิตคุณก็จะติดลบขาดทุน อยู่กับคนที่คิดบวก ชีวิตจะได้กำไรบวกเพิ่ม อยู่กับคนดีคุณก็จะมีความคิดที่ดี อยู่กับคนเลวคุณก็จะมีความคิดที่เลว ปล.อย่าหลอกตัวเองนะครับ " อ่านแล้วส่งต่อให้คนที่คุณรักได้อ่านด้วยนะครับ "

คนขับรถของ "หลี่เจียเฉิง" หรือ ชื่อที่รู้จักในแวดวงธุรกิจทั่วโลกว่า ลีกาชิง ขับรถให้เขามากว่า 30 ปี และจะขอลาออก "หลี่" เห็นว่าเขาทำงานด้วยความตั้งใจ และสัตย์ซื่อ จึงจ่ายเช็คจำนวน 2 ล้าน ให้เขา เพื่อใช้ในชีวิตบั้นปลาย

คนขับรถบอกว่า ไม่ต้องหรอก เงิน 10-20 ล้าน ท่านได้สอนวิธีทำเงินให้ผมมาแล้ว และผมก็สามารถหาได้

"หลี่" ประหลาดใจมาก จึงถามว่า คุณทำงานเงินเดือนๆ ละ 2 หมื่น ทำไมจึงมีเงินสะสมมากมายเช่นนี้

คนขับรถตอบว่า ขณะที่ผมขับรถให้ท่าน ท่านนั่งอยู่ด้านหลัง โทรศัพท์พูดคุยกับผู้อื่นว่า ซื้อที่ดินย่านไหน ผมก็ทำตามท่าน ไปซื้อไว้บ้างเล็กน้อย ท่านพูดว่า จะไปซื้อหุ้นตัวไหน ผมก็ทำตามท่าน ไปซื้อบ้างนิดหน่อย จนถึงวันนี้ ผมจึงพอมีทรัพย์สินอยู่จำนวนหนึ่ง 10 ล้าน 20 ล้านนี่แหละครับ

"คุณจะเป็นใครไม่สำคัญ แต่คุณอยู่กับใคร เรียนรู้กับใคร นั่นต่างหากที่สำคัญกว่า"

อยู่กับล้าน จะได้ล้าน
อยู่กับสิบล้าน จะได้สิบล้าน
อยู่กับร้อยล้าน จะได้ร้อยล้าน

ฟางข้าวต้นหนึ่ง ไม่มีค่า
เมื่อใช้มัด ผักกาดขาว
นั่นคือ ราคาของผักกาดขาว
แต่เมื่อใช้มัด ตัวปูใหญ่
ก็จะเป็น ราคาของปูใหญ่

ตามแมลงวัน ก็จะใกล้ห้องสุขา
ตามผึ้ง ก็จะหาน้ำหวานจากดอกไม้
อยู่กับคนที่คิดลบ ชีวิตคุณก็จะติดลบขาดทุน
อยู่กับคนที่คิดบวก ชีวิตจะได้กำไรบวกเพิ่ม
อยู่กับคนดีคุณก็จะมีความคิดที่ดี   
อยู่กับคนเลวคุณก็จะมีความคิดที่เลว  
ปล.อย่าหลอกตัวเองนะครับ

" อ่านแล้วส่งต่อให้คนที่คุณรักได้อ่านด้วยนะครับ "

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

ความสุขคืออะไร ? มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้แนะนำ การสร้างนิสัยแห่งความสุข 20 ประการ ปี 2016 ไว้ .. 1. Be Grateful ..สำนึกบุญคุณคนที่ดีต่อเรา 2. Choose Your Friends Wisely ..เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด 3. Cultivate Compassion .. ให้ความเห็นอกเห็นใจ แก่คนอื่น 4. Keep Learning ..หมั่นเรียนรู้ 5. Become a Problem Solver .. เป็นผู้แก้ปัญหาได้ 6. Do What You Love ..ทำในสิ่งที่คุณรัก 7. Live in the Present ..อยู่กับปัจจุบัน 8. Laugh often ..หัวเราะบ่อยๆ 9. Practice Forgiveness ..ฝึกการให้อภัย 10. Say Thanks often ..กล่าวขอบคุณเสมอ 11. Create Deeper Connections ..สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ 12. Keep Your Agreement ..รักษาสัญญา คำพูด 13. Meditate ..ทำสมาธิ 14. Focus on What You're Doing ..ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ 15. Be Optimistic ..มองโลกในแง่ดี 16. Love Unconditionally ..รักอย่างไม่มีเงื่อนไข 17. Don't Give up ..อย่ายอมแพ้ 18. Do Your Best and then Let it Go ..ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด 19. Take Care of Yourself ..ดูแลตัวเอง 20. Give back to society ..ตอบแทนสังคม ส่งต่อให้เพื่อนที่คุณรัก ... Cr : Anny'a

ความสุขคืออะไร ?
มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
ได้แนะนำ
การสร้างนิสัยแห่งความสุข
20 ประการ ปี 2016 ไว้ ..

1. Be Grateful
..สำนึกบุญคุณคนที่ดีต่อเรา

2. Choose Your Friends Wisely
..เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด

3. Cultivate Compassion
.. ให้ความเห็นอกเห็นใจ แก่คนอื่น

4. Keep Learning
..หมั่นเรียนรู้

5. Become a Problem Solver
.. เป็นผู้แก้ปัญหาได้

6. Do What You Love
..ทำในสิ่งที่คุณรัก

7. Live in the Present
..อยู่กับปัจจุบัน

8. Laugh often
..หัวเราะบ่อยๆ

9. Practice Forgiveness
..ฝึกการให้อภัย

10. Say Thanks often
..กล่าวขอบคุณเสมอ

11. Create Deeper Connections
..สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ

12. Keep Your Agreement
..รักษาสัญญา คำพูด

13. Meditate
..ทำสมาธิ

14. Focus on What You're Doing
..ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ

15. Be Optimistic
..มองโลกในแง่ดี

16. Love Unconditionally
..รักอย่างไม่มีเงื่อนไข

17. Don't Give up
..อย่ายอมแพ้

18. Do Your Best and then Let it Go
..ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด

19. Take Care of Yourself
..ดูแลตัวเอง

20. Give back to society
..ตอบแทนสังคม

ส่งต่อให้เพื่อนที่คุณรัก ...

Cr : Anny'a