วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

悟 - ตระหนักรู้ ดวงใจไร้ขอบ ชีวิตเป็นคุณ ไร้เขตสิ้นสุด ไร้เขตสิ้นสุด ชีวิตอ่อนไหว ความรักผูกพัน ไฉนท่านมอง ทว่าไม่เห็น สร้างกฎระเบียบ จำกัดตัวตน สำนึก ตระหนักรู้ ซึ้งในความว่าง ด้วยใจยินดี วาง ความฝันเฟื่อง ปล่อยควันเมฆเลื่อนลอยนั้นไป วาง ตัณหา โลภ หลง เพิ่มสิ่งหนึ่ง เป็นภัยยิ่ง ลดสิ่งหนึ่ง ความโฉดเขลาลดตาม หากชะตาลิขิต แม้นขมก็ยังหวาน หากพรหมไม่ลิขิต ฝังรักไว้กลางใจ ในโลกิยะนี้ แม้นเยื่อขาดใยยังผูกพัน แลหลังชั่วพริบตา เพาะเมล็ดแห่งความดี ให้เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน มีเพียงดวงใจไร้พันธนาการ จึงลุเป้าหมายสูงส่ง มีเพียงดวงใจไร้ปมอุปสรรค จึงสุขสุดพรรณนา พินิจฟ้า พินิจดิน พินิจอดีตสิ้น มิอาจมองเห็นความเป็นความตาย ว่าวันใด อย่าจงชัง เปิดดวงตาที่ว่างเปล่า อย่าเคืองขุ่น ความยินดีอยู่ไม่ไกล กิเลสแวดล้อมความคิดที่อยากได้ใคร่มี ดีชั่วแปรเปลี่ยนชั่วพริบตา ให้ดวงใจสำนึกผิด เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน แม้นคำเท็จจะผูกได้แน่นเพียงใด มิอาจรอดพ้นดวงตาสวรรค์ ก่อนฟ้าจะสาง ดวงจิตยิ่งล่องลอย เมฆเลื่อนลอยหายวับในแวบเดียว ใจคนหนอ เลื่อนเปื้อนแปรเปลี่ยนชั่วพริบตา ทุกข์ตรมซ้ำซาก ถาโถมไม่ขาดสาย ดวงใจไร้ขอบ ชีวิตเป็นคุณ ไร้ที่สิ้นสุด ไร้ที่สิ้นสุด ชีวิตอ่อนไหว ความรักผูกพัน ทว่าปุถุชนมอง แต่ไม่เห็น สร้างกฎระเบียบ จำกัดตัวตน สำนึก ตระหนักรู้ ซึ้งในความว่าง ด้วยใจยินดี ให้เรียบให้ง่าย เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน ... ถอดความจากต้นฉบับภาษาจีนโดย วิภาดา กิตติโกวิท 悟 - 刘德华 : https://youtu.be/2clC93q3XJ8 电影《新少林寺》主题曲 作词:刘德华 作曲:赵钦 无量心 生福报 无极限 无极限 生息息 爱相连 为何君视而不见 规矩定方圆 悟性 悟觉 悟空 心甘情愿 放下 颠倒梦想 放下云烟 放下 空欲色 放下悬念 多一物 却添了 太多危险 少一物 贪嗔痴 会少一点 若是缘 再苦味也是甜 若无缘 藏爱 在心田 尘世 藕断还丝连 回首一瞬间 种颗善因 陪你走好每一天 唯有 心无罣碍 成就大愿 唯有 心无故 妙不可言 更多更详尽歌词 在 ※ 魔镜歌词网 算天算地 算尽了 从前 算不出 生死 会在哪一天 勿生恨 点化虚空的眼 勿生怨 欢喜 不遥远 缠绕 欲望的思念 善恶一瞬间 心怀忏悔 陪你走好每一天 再牢的谎言 却逃不过天眼 明日之前 心流离更远 浮云霎那间 障眼 人心渐离间 集苦连连 不断的出现 无量心 生福报 无极限 无极限 生息息 爱相连 凡人却视而不见 规矩定方圆 悟性 悟觉 悟空 心甘情愿 简简单单 陪你走好每一天 ... "Shaolin" 新少林寺 เรื่องราวของขุนศึกที่มีความสามารถสูง เมื่อเจออุปสรรคหรือปัญหาใดๆ จะแก้ปัญหาโดยไม่เลือกวิธีการ จนสร้างความแค้นไว้เยอะในขณะที่สร้างวีรกรรม ในที่สุดก็ถูกหักหลัง จนกระทั่งเมียหนี ลูกสาวเสียชีวิต ในความสิ้นหวัง เขาระลึกได้และได้ปลงผมออกบวชที่วัดเส้าหลิน ด้วยมองเห็นความไม่จีรังของโลกยะ

悟 - ตระหนักรู้

ดวงใจไร้ขอบ ชีวิตเป็นคุณ ไร้เขตสิ้นสุด
ไร้เขตสิ้นสุด ชีวิตอ่อนไหว ความรักผูกพัน
ไฉนท่านมอง ทว่าไม่เห็น
สร้างกฎระเบียบ จำกัดตัวตน
สำนึก ตระหนักรู้ ซึ้งในความว่าง ด้วยใจยินดี

วาง ความฝันเฟื่อง ปล่อยควันเมฆเลื่อนลอยนั้นไป
วาง ตัณหา โลภ หลง
เพิ่มสิ่งหนึ่ง เป็นภัยยิ่ง
ลดสิ่งหนึ่ง ความโฉดเขลาลดตาม
หากชะตาลิขิต แม้นขมก็ยังหวาน
หากพรหมไม่ลิขิต ฝังรักไว้กลางใจ
ในโลกิยะนี้ แม้นเยื่อขาดใยยังผูกพัน
แลหลังชั่วพริบตา
เพาะเมล็ดแห่งความดี ให้เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน

มีเพียงดวงใจไร้พันธนาการ จึงลุเป้าหมายสูงส่ง
มีเพียงดวงใจไร้ปมอุปสรรค จึงสุขสุดพรรณนา
พินิจฟ้า พินิจดิน พินิจอดีตสิ้น
มิอาจมองเห็นความเป็นความตาย ว่าวันใด
อย่าจงชัง เปิดดวงตาที่ว่างเปล่า
อย่าเคืองขุ่น ความยินดีอยู่ไม่ไกล
กิเลสแวดล้อมความคิดที่อยากได้ใคร่มี
ดีชั่วแปรเปลี่ยนชั่วพริบตา
ให้ดวงใจสำนึกผิด เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน
แม้นคำเท็จจะผูกได้แน่นเพียงใด
มิอาจรอดพ้นดวงตาสวรรค์
ก่อนฟ้าจะสาง ดวงจิตยิ่งล่องลอย
เมฆเลื่อนลอยหายวับในแวบเดียว
ใจคนหนอ เลื่อนเปื้อนแปรเปลี่ยนชั่วพริบตา
ทุกข์ตรมซ้ำซาก ถาโถมไม่ขาดสาย

ดวงใจไร้ขอบ ชีวิตเป็นคุณ ไร้ที่สิ้นสุด
ไร้ที่สิ้นสุด ชีวิตอ่อนไหว ความรักผูกพัน
ทว่าปุถุชนมอง แต่ไม่เห็น
สร้างกฎระเบียบ จำกัดตัวตน
สำนึก ตระหนักรู้ ซึ้งในความว่าง ด้วยใจยินดี
ให้เรียบให้ง่าย เดินเคียงข้างท่านไปทุกทิวาวัน

... ถอดความจากต้นฉบับภาษาจีนโดย วิภาดา กิตติโกวิท

悟 - 刘德华 : https://youtu.be/2clC93q3XJ8

电影《新少林寺》主题曲
作词:刘德华
作曲:赵钦

无量心 生福报 无极限
无极限 生息息 爱相连
为何君视而不见 规矩定方圆
悟性 悟觉 悟空 心甘情愿

放下 颠倒梦想 放下云烟
放下 空欲色 放下悬念
多一物 却添了 太多危险
少一物 贪嗔痴 会少一点

若是缘 再苦味也是甜
若无缘 藏爱 在心田
尘世 藕断还丝连 回首一瞬间
种颗善因 陪你走好每一天

唯有 心无罣碍 成就大愿
唯有 心无故 妙不可言
更多更详尽歌词 在 ※ 魔镜歌词网
算天算地 算尽了 从前
算不出 生死 会在哪一天

勿生恨 点化虚空的眼
勿生怨 欢喜 不遥远
缠绕 欲望的思念 善恶一瞬间
心怀忏悔 陪你走好每一天

再牢的谎言 却逃不过天眼
明日之前 心流离更远
浮云霎那间 障眼 人心渐离间
集苦连连 不断的出现

无量心 生福报 无极限
无极限 生息息 爱相连
凡人却视而不见 规矩定方圆
悟性 悟觉 悟空 心甘情愿
简简单单 陪你走好每一天

... "Shaolin" 新少林寺
เรื่องราวของขุนศึกที่มีความสามารถสูง
เมื่อเจออุปสรรคหรือปัญหาใดๆ
จะแก้ปัญหาโดยไม่เลือกวิธีการ
จนสร้างความแค้นไว้เยอะในขณะที่สร้างวีรกรรม
ในที่สุดก็ถูกหักหลัง จนกระทั่งเมียหนี ลูกสาวเสียชีวิต
ในความสิ้นหวัง เขาระลึกได้และได้ปลงผมออกบวชที่วัดเส้าหลิน
ด้วยมองเห็นความไม่จีรังของโลกยะ

เที่ยงวัน..ภายในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง มีลูกค้ามาใช้บริการเพียงสามคน หนึ่งคนแก่ หนึ่งชายหนุ่ม อีกหนึ่งคือผม อาจจะเป็นเพราะลูกค้าเบาบาง หลอดไฟส่องแสงสว่างภายในร้าน จึงไม่ได้เปิดทั้งหมด รู้สึกได้ว่ามันมืดสลัว ผมนั่งอยู่มุมหนึ่ง ใกล้หน้าต่างตามลำพัง ชายหนุ่มในมือถือชามบะหมี่ นั่งกินอยู่โต๊ะ ใกล้ประตู ข้างๆ กันกับคนแก่ ผมสังเกตุเห็นว่า จุดสนใจขของชายหนุ่ม จะไม่ได้อยู่ที่บะหมี่ เพราะว่า สายตาของเขา จับจ้องโทรศัพท์มือถือ ที่วางอยู่บนโต๊ะ ของคนแก่ตลอดเวลา เป็นจริงอย่างที่ผมคาดคิดไว้ ผมเห็นตอนที่คนแก่ลุกขึ้น เพื่อไปเติมน้ำซุบ ชายหนุ่มใช้ความว่องไว ยื่นมือไปที่โทรศัพท์ รีบฉวยใส่เข้ากระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต จากนั้น บะหมี่ที่ยังกินไม่หมด ก็จากไป หลังจากที่คนแก่กลับมาถึง ก็พบว่า... โทรศัพท์ของตนเองหายไปแล้ว ร่างของเขาสั่นสะท้านนิดๆ แต่สงบลงอย่างรวดเร็ว แล้วหันมองรอบๆ ยามนี้..ชายหนุ่มได้เดินออกจากประตูไปแล้ว คนแก่คล้ายดั่งเข้าใจอะไรบางอย่าง เขารีบก้าวเดินไปที่ชายหนุ่มซึ่งอยู่นอกประตู ผมเป็นห่วงแทนคนแก่เป็นอย่างมาก ผมคิดว่า เขาอายุมาก ร่างกายอ่อนแอ ยากที่จะต่อกรกับชายหนุ่ม ที่ร่างกายกำยำ แข็งแรง ไม่คาดคิด..คนแก่กลับพูดว่า " หนุ่มน้อย..โปรดรอสักครู่ " ชายหนุ่มชะงัก แล้วพูดว่า " ทำไมหรือ ?" " คืออย่างนี้..เมื่อวาน..... เป็นวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบปีของผม ลูกสาวผมได้ให้โทรศัพท์มือถือแก่ผม หนึ่งเครื่องเป็นของขวัญ ถึงแม้นผมจะไม่ชื่นชอบโทรศัพท์เครื่องนั้น แต่ทว่า มันเป็นสิ่งที่ลูกสาวผม ให้มาเพื่อแสดงความมีกตัญญู เมื่อครู่ ผมวางอยู่บนโต๊ะ ทว่าตอนนี้ กลับหายไปแล้ว ผมคิดว่า ต้องเป็นเพราะผม ไม่ทันระมัดระวัง ทำหล่นลงพื้น แต่สายตาผมฝ้าฟางและขุ่นมัวมาก อีกทั้ง การโค้งงอเอวสำหรับผมแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย ขอรบกวนเธอ ช่วยผมหาหน่อยได้ไหม ?" ท่าทางตึงเครียดตื่นเต้น ของชายหนุ่มเมื่อครู่ ได้หายไปกลับมาเป็นปกติแล้ว เขาเช็ดเหงื่อ ที่อยู่บนหน้าผาก แล้วพูดกับคนแก่ว่า " อ๋อ..ท่านอย่าเพิ่งกังวล ผมจะช่วยท่านหา ทั้งสองเดินกลับมาที่โต๊ะ ซึ่งคนแก่นั่งอยู่ ก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มเดินรอบโต๊ะหนึ่งรอบ แล้วเดินอีกหนึ่งรอบ จากนั้น ยื่นโทรศัพท์ให้คนแก่แล้วพูดว่า " ท่านผู้เฒ่า ท่านดูใช่เครื่องนี้หรือไม่ ?" คนแก่กำมือชายหนุ่มแนบแน่น พูดด้วยความตื่นเต้นว่า " ขอบใจ ขอบใจเธอ เป็นชายหนุ่มที่ดีจริงๆ เธอสามารถไปได้แล้ว....." ผมตะลึงกับฉากที่เห็นอยู่ตรงหน้า รอชายหนุ่มไปไกลแล้ว ผมเดินไปหาคนแก่ แล้วพูดว่า " แท้จริงแล้ว ท่านมั่นใจว่า เขาคือผู้ขโมย โทรศัพท์ไป แต่ทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจ " คำตอบของชายชรา ยิ่งทำให้ผมยอมรับนับถือ สติปัญญาความเฉลี่ยวฉลาดของท่านยิ่งขึ้น ท่านพูดว่า " ถึงแม้แจ้งตำรวจ จะสามารถนำโทรศัพท์ กลับคืนมาเหมือนกัน ทว่า... ในเวลาเดียวกันกับที่ผมได้โทรศัพท์คืนมา ก็จะสูญเสียสิ่งหนึ่ง ที่ล้ำค่ากว่าโทรศัพท์ เป็นพันเป็นหมื่นเท่า นั่นก็คือ " ความใจกว้างโอบอ้อมอารี " อีกทั้ง..เพื่อโทรศัพท์หนึ่งเครื่องแล้ว ปล่อยให้ชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งนิสัยแท้จริง เป็นคนมีจิตใจที่ดีงาม ต้องจดจำรอยด่างพร้อย ที่ไม่สามารถลบทิ้งไปได้ชั่วชีวิต มันไร้มนุษย์ธรรมเกินไป " บางเวลา..เรื่องราวอาจจะไม่ย่ำแย่อย่างที่เราคิดไว้ ปัญหาอาจจะไม่ยากอย่างที่คาด เป็นเพราะพวกเราคิดมากไปเอง ต้องจำไว้ ไม่ว่าเรื่องราวใด ล้วนมีวิธีแก้ อย่าทำให้ตนเองต้องตกใจกลัวเพราะตัวเราเอง. Cr : Niwat Rungvicha

เที่ยงวัน..ภายในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง
มีลูกค้ามาใช้บริการเพียงสามคน
หนึ่งคนแก่ หนึ่งชายหนุ่ม อีกหนึ่งคือผม

อาจจะเป็นเพราะลูกค้าเบาบาง
หลอดไฟส่องแสงสว่างภายในร้าน
จึงไม่ได้เปิดทั้งหมด รู้สึกได้ว่ามันมืดสลัว

ผมนั่งอยู่มุมหนึ่ง ใกล้หน้าต่างตามลำพัง
ชายหนุ่มในมือถือชามบะหมี่ นั่งกินอยู่โต๊ะ
ใกล้ประตู ข้างๆ กันกับคนแก่

ผมสังเกตุเห็นว่า จุดสนใจขของชายหนุ่ม
จะไม่ได้อยู่ที่บะหมี่ เพราะว่า สายตาของเขา
จับจ้องโทรศัพท์มือถือ ที่วางอยู่บนโต๊ะ
ของคนแก่ตลอดเวลา

เป็นจริงอย่างที่ผมคาดคิดไว้
ผมเห็นตอนที่คนแก่ลุกขึ้น เพื่อไปเติมน้ำซุบ
ชายหนุ่มใช้ความว่องไว ยื่นมือไปที่โทรศัพท์
รีบฉวยใส่เข้ากระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต
จากนั้น บะหมี่ที่ยังกินไม่หมด ก็จากไป

หลังจากที่คนแก่กลับมาถึง ก็พบว่า...
โทรศัพท์ของตนเองหายไปแล้ว
ร่างของเขาสั่นสะท้านนิดๆ
แต่สงบลงอย่างรวดเร็ว แล้วหันมองรอบๆ

ยามนี้..ชายหนุ่มได้เดินออกจากประตูไปแล้ว
คนแก่คล้ายดั่งเข้าใจอะไรบางอย่าง
เขารีบก้าวเดินไปที่ชายหนุ่มซึ่งอยู่นอกประตู

ผมเป็นห่วงแทนคนแก่เป็นอย่างมาก
ผมคิดว่า เขาอายุมาก ร่างกายอ่อนแอ
ยากที่จะต่อกรกับชายหนุ่ม ที่ร่างกายกำยำ
แข็งแรง

ไม่คาดคิด..คนแก่กลับพูดว่า
" หนุ่มน้อย..โปรดรอสักครู่ "
ชายหนุ่มชะงัก แล้วพูดว่า
" ทำไมหรือ ?"

" คืออย่างนี้..เมื่อวาน.....
เป็นวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบปีของผม
ลูกสาวผมได้ให้โทรศัพท์มือถือแก่ผม
หนึ่งเครื่องเป็นของขวัญ

ถึงแม้นผมจะไม่ชื่นชอบโทรศัพท์เครื่องนั้น
แต่ทว่า มันเป็นสิ่งที่ลูกสาวผม ให้มาเพื่อแสดงความมีกตัญญู

เมื่อครู่ ผมวางอยู่บนโต๊ะ ทว่าตอนนี้
กลับหายไปแล้ว ผมคิดว่า ต้องเป็นเพราะผม
ไม่ทันระมัดระวัง ทำหล่นลงพื้น
แต่สายตาผมฝ้าฟางและขุ่นมัวมาก

อีกทั้ง การโค้งงอเอวสำหรับผมแล้ว
ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย ขอรบกวนเธอ
ช่วยผมหาหน่อยได้ไหม ?"

ท่าทางตึงเครียดตื่นเต้น ของชายหนุ่มเมื่อครู่
ได้หายไปกลับมาเป็นปกติแล้ว เขาเช็ดเหงื่อ
ที่อยู่บนหน้าผาก แล้วพูดกับคนแก่ว่า
" อ๋อ..ท่านอย่าเพิ่งกังวล ผมจะช่วยท่านหา

ทั้งสองเดินกลับมาที่โต๊ะ ซึ่งคนแก่นั่งอยู่
ก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มเดินรอบโต๊ะหนึ่งรอบ
แล้วเดินอีกหนึ่งรอบ
จากนั้น ยื่นโทรศัพท์ให้คนแก่แล้วพูดว่า
" ท่านผู้เฒ่า ท่านดูใช่เครื่องนี้หรือไม่ ?"

คนแก่กำมือชายหนุ่มแนบแน่น
พูดด้วยความตื่นเต้นว่า
" ขอบใจ ขอบใจเธอ เป็นชายหนุ่มที่ดีจริงๆ
เธอสามารถไปได้แล้ว....."

ผมตะลึงกับฉากที่เห็นอยู่ตรงหน้า
รอชายหนุ่มไปไกลแล้ว ผมเดินไปหาคนแก่
แล้วพูดว่า
" แท้จริงแล้ว ท่านมั่นใจว่า เขาคือผู้ขโมย
โทรศัพท์ไป แต่ทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจ "

คำตอบของชายชรา ยิ่งทำให้ผมยอมรับนับถือ
สติปัญญาความเฉลี่ยวฉลาดของท่านยิ่งขึ้น
ท่านพูดว่า

" ถึงแม้แจ้งตำรวจ จะสามารถนำโทรศัพท์
กลับคืนมาเหมือนกัน ทว่า... 
ในเวลาเดียวกันกับที่ผมได้โทรศัพท์คืนมา

ก็จะสูญเสียสิ่งหนึ่ง ที่ล้ำค่ากว่าโทรศัพท์
เป็นพันเป็นหมื่นเท่า นั่นก็คือ
" ความใจกว้างโอบอ้อมอารี "

อีกทั้ง..เพื่อโทรศัพท์หนึ่งเครื่องแล้ว
ปล่อยให้ชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งนิสัยแท้จริง
เป็นคนมีจิตใจที่ดีงาม ต้องจดจำรอยด่างพร้อย
ที่ไม่สามารถลบทิ้งไปได้ชั่วชีวิต
มันไร้มนุษย์ธรรมเกินไป "

บางเวลา..เรื่องราวอาจจะไม่ย่ำแย่อย่างที่เราคิดไว้
ปัญหาอาจจะไม่ยากอย่างที่คาด

เป็นเพราะพวกเราคิดมากไปเอง
ต้องจำไว้ ไม่ว่าเรื่องราวใด ล้วนมีวิธีแก้
อย่าทำให้ตนเองต้องตกใจกลัวเพราะตัวเราเอง.

Cr : Niwat Rungvicha

ภาพนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี และนำความเครียดมาสู่เจ้าของภาพอย่างมาก เมื่อฝูงเสือซีต้าได้วิ่งไล่ล่าแม่กวาง และลูกเล็กๆของเธอ อีก 2 ตัว ไม่ยากที่แม่กวางจะวิ่งหนีให้พ้นจากเขี้ยวเล็บ ของเสือซีต้า แต่เธอตัดสินใจเสียสละตัวเองด้วยการหยุดยืนอย่างสงบนิ่ง รอการขย้ำจากฝูงเสือซีต้า ในภาพแม่กวางกำลังทอดสายตา มองลูกกวาง วิ่งไกลออกไปจนพ้นขีดอันตราย แม้ตัวเธอเองกำลังจะถูกกัดเป็นชิ้นๆ ดูภาพนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงครับ? Cr. ครูรัตน์ เกษียณสุข

ภาพนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในรอบ 10 ปี
และนำความเครียดมาสู่เจ้าของภาพอย่างมาก

เมื่อฝูงเสือซีต้าได้วิ่งไล่ล่าแม่กวาง
และลูกเล็กๆของเธอ อีก 2 ตัว
ไม่ยากที่แม่กวางจะวิ่งหนีให้พ้นจากเขี้ยวเล็บ
ของเสือซีต้า

แต่เธอตัดสินใจเสียสละตัวเองด้วยการหยุดยืนอย่างสงบนิ่ง
รอการขย้ำจากฝูงเสือซีต้า

ในภาพแม่กวางกำลังทอดสายตา มองลูกกวาง
วิ่งไกลออกไปจนพ้นขีดอันตราย
แม้ตัวเธอเองกำลังจะถูกกัดเป็นชิ้นๆ

ดูภาพนี้แล้วคุณรู้สึกยังไงครับ?

Cr. ครูรัตน์ เกษียณสุข

8 ข้อปฏิบัติเพื่อฝึกหาความสุข ..... 1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป 2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย 3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง 4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว 5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย 6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า "เรามาถูกทางแล้ว" แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกากับคำนินทา ก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา 7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน 8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น อ่านแล้ว.....อยากอ่านอีกครั้ง Cr. Danai Chanchaochai

8 ข้อปฏิบัติเพื่อฝึกหาความสุข .....

1. ฝึกมองตัวเองให้เล็กเข้าไว้ หมายความว่า จงเป็นคนตัวเล็ก อย่าเป็นคนตัวใหญ่ จงเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ เวลามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวเองมากไป

2. ฝึกให้ตัวเองเป็นนักไม่สะสม หมายความว่า การสะสมอะไรสักอย่างนั้นเป็นภาระ ไม่มีอะไรที่เราสะสมแล้วไม่เป็นภาระยกเว้นความดี นอกนั้นล้วนเป็นภาระทั้งหมดไม่มากก็น้อย

3. ฝึกให้ตนเองเป็นคนสบายๆ หมายความว่า อย่าไปบ้ากับความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่มองว่า ความสมบูรณ์แบบมีจริง

4. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดในสิ่งที่ดีๆ หมายความว่า ถ้าอะไรไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด แต่ถ้ามันไม่ดี เป็นไปได้ก็ไม่ต้องพูด เพราะการพูด หรือวิจารณ์ในทางเสียหายนั้น มีแต่ทำให้จิตใจตนเองตกต่ำ และขุ่นมัว

5. ฝึกให้ตัวเองรู้ธรรมชาติว่า อะไรๆ ก็ผ่านไปเสมอ หมายความว่า เวลามีความสุข ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความสุขมันก็ผ่านไป เวลามีความทุกข์ ก็ให้รู้ว่า เดี๋ยวความทุกข์ก็ผ่านไป เวลามีสถานการณ์แย่ๆ เกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันว่า เรื่องราวเหล่านี้ มันไม่ได้อยู่กับเราจนวันตาย

6. ฝึกให้ตัวเองเข้าใจเรื่องของการนินทา หมายความว่า เราเกิดมาก็ต้องรู้ตัวว่า เราต้องถูกนินทาแน่นอน ดังนั้น เมื่อถูกนินทาขอให้รู้ว่า "เรามาถูกทางแล้ว" แปลว่า เรายังมีตัวตนอยู่บนโลก คนที่ชอบเต้นแร้งเต้นกากับคำนินทา ก็คือคนไม่รู้เท่าทันโลก แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็ยังนินทาลูก คนเป็นลูกก็ยังนินทาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับคนอื่น ถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดว่า เราจะไม่ถูกนินทา

7. ฝึกให้ตัวเองพ้นไปจากความเป็นขี้ข้าของเงิน หมายความว่า เราต้องหัดพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ รถยนต์ใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน นาฬิกาใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน เสื้อผ้าใช้อะไรอยู่ ก็หัดพอใจกับมัน การที่คนเราจะเลิกเป็นขี้ข้าเงินได้ ต้องเริ่มจากการรู้จักเพียงพอก่อน เมื่อรู้จักพอแล้ว ก็ไม่ต้องหาเงินมาก เมื่อไม่ต้องหาเงินมาก ชีวิตก็มีโอกาสทำอะไรที่มากกว่าการหาเงิน

8. ฝึกให้ตัวเองเสียสละ และยอมเสียเปรียบ หมายความว่า การที่คนๆ หนึ่งยอมเสียเปรียบผู้อื่นบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น ใครก็ตามที่บ้าความถูกต้อง บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย ไม่ช้า คนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมดเพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น

อ่านแล้ว.....อยากอ่านอีกครั้ง

Cr. Danai Chanchaochai

ถนนสายนี้... กลับบ้าน นานมาแล้ว ผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจ ผมจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะมันนานจนผมออกจะเลือนๆไปบ้างแล้ว ผมจะขอเล่าในแบบของผม เท่าที่ผมพอจำได้นะครับ เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเรื่องบาดหมางใจกับพ่อ ทั้งสองคนจะมีความเห็นไม่ลงรอยกัน และมักจะมีปากเสียงกันกันอยู่เสมอ เพราะผู้เป็นพ่อจะคอยห้ามปราม ไม่ให้เขาคบหากับเพื่อนเกเรบางคน แล้ววันหนึ่งเขากับพ่อก็มีปากเสียงกันอีก คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยสัญญากับตัวเองว่า หากไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาก็จะไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีก เขาอยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นและยอมรับในตัวเขาเสียที วันที่เขานั่งรถเพื่อออกจากหมู่บ้าน เขาเหลียวหลังกลับไปมองบ้านของตนเอง เขารู้สึกเหมือนว่าเห็นสายตาของพ่อ กำลังมองมาที่เขาจากสักมุมหนึ่งของบ้าน วูบหนึ่งของความคิดเขารู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้ เพราะบ้านของเขาอยู่ในชนบท ห่างไกลจากผู้คน หากบ้านขาดเขาสักคนอาจจะทำให้ยุ่งยากลำบากได้ แต่ความถือดีก็เอาชนะความลังเลของเขาไป เขามุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่ชีวิตไม่ง่าย เขาเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ รับจ้างทำงานสารพัด ใช้ชีวิตตามลำพัง เพื่อนที่เคยคบหากันจนเป็นเหตุให้บาดหมางกับพ่อ ก็ติดคุกไปแล้วจากความเกเร เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป เขายังคงพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่เคยอยู่ที่ไหนนาน เขาเดินทางไกลขึ้น และห่างจากบ้านไปทุกทีๆ จนคิดว่าชาตินี้เขาคงไม่ได้หวนกลับบ้านอีกแล้ว หลายปีผ่านไป เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลายครั้งที่ความรู้สึกโหยหาบ้าน กระตุ้นให้เขาอยากกลับมา แต่เขาก็ไม่เคยกล้าพอ เขายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง แบบที่สัญญาไว้กับตัวเอง และเขาไม่รู้ว่าหากเขากลับมา จะมีใครต้อนรับเขาไหม โดยเฉพาะพ่อ และแล้วการตัดสินใจครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เขาได้งานที่จะต้องเดินทางไกลมากกว่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเส้นทางที่เขาจะต้องผ่านไปยังหมู่บ้านของเขา หลายครั้งแล้วที่เขาปฏิเสธงานที่จะต้องเดินทางผ่านบ้าน แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้ว.... เขาจึงเขียนจดหมายถึงพ่อของเขา เพื่อจะบอกว่า อีก 2 วัน เขาจะต้องผ่านถนนหน้าบ้านในตอนกลางคืน เขาไม่รู้ว่าพ่อจะยังรู้สึกแย่กับเขาอยู่ไหม หากพ่อจะให้อภัยเขา ก็ขอให้พ่อเปิดไฟในห้องนอนเดิมของเขาไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แล้วเขาก็จะแวะบ้านสักหน่อย แต่ถ้าพ่อยังโกรธไม่มีแสงไฟ เขาก็จะผ่านเลยไป หลังจากส่งจดหมายไปแล้ว เขาก็นับเวลารอคอยให้ถึงวันนั้น วันที่จะผ่านไปบ้าน เมื่อถึงวันเดินทาง เขารู้สึกตื่นเต้น และหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เขากลัวเหลือเกินว่าไฟในบ้านจะมืดสนิท บนถนนสายกลับบ้าน เมื่อรถกำลังวิ่งใกล้เข้าไป ใจเขาสั่นจนต้องกำมือแน่นและหลับตาลง ด้วยความกลัว เขาคาดคะเนระยะทางเมื่อใกล้ถึงบ้าน สักพักเขาก็ได้ยินเสียงพึมพำในรถดังขึ้น เขาจึงรีบเปิดตาขึ้น ภาพที่เห็นคือบ้านของเขาหลังเดิม มีไฟเปิดสว่างไสวไปทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งที่รั้วบ้าน และเขายังเห็นพ่อของเขา แม่และน้องสาวยืนโบกมืออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรอรับเขา.!! Cr. Steel Rose.com

ถนนสายนี้... กลับบ้าน

นานมาแล้ว ผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพ่อลูกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจ ผมจำรายละเอียดได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะมันนานจนผมออกจะเลือนๆไปบ้างแล้ว

ผมจะขอเล่าในแบบของผม เท่าที่ผมพอจำได้นะครับ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเรื่องบาดหมางใจกับพ่อ ทั้งสองคนจะมีความเห็นไม่ลงรอยกัน และมักจะมีปากเสียงกันกันอยู่เสมอ เพราะผู้เป็นพ่อจะคอยห้ามปราม ไม่ให้เขาคบหากับเพื่อนเกเรบางคน

แล้ววันหนึ่งเขากับพ่อก็มีปากเสียงกันอีก คราวนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยสัญญากับตัวเองว่า หากไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เขาก็จะไม่กลับมาบ้านหลังนี้อีก เขาอยากพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นและยอมรับในตัวเขาเสียที

วันที่เขานั่งรถเพื่อออกจากหมู่บ้าน เขาเหลียวหลังกลับไปมองบ้านของตนเอง เขารู้สึกเหมือนว่าเห็นสายตาของพ่อ กำลังมองมาที่เขาจากสักมุมหนึ่งของบ้าน วูบหนึ่งของความคิดเขารู้สึกผิดที่ทำเช่นนี้ เพราะบ้านของเขาอยู่ในชนบท ห่างไกลจากผู้คน หากบ้านขาดเขาสักคนอาจจะทำให้ยุ่งยากลำบากได้ แต่ความถือดีก็เอาชนะความลังเลของเขาไป

เขามุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อหางานทำ แต่ชีวิตไม่ง่าย เขาเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ รับจ้างทำงานสารพัด ใช้ชีวิตตามลำพัง เพื่อนที่เคยคบหากันจนเป็นเหตุให้บาดหมางกับพ่อ ก็ติดคุกไปแล้วจากความเกเร

เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไป เขายังคงพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่เคยอยู่ที่ไหนนาน เขาเดินทางไกลขึ้น และห่างจากบ้านไปทุกทีๆ จนคิดว่าชาตินี้เขาคงไม่ได้หวนกลับบ้านอีกแล้ว

หลายปีผ่านไป เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น หลายครั้งที่ความรู้สึกโหยหาบ้าน กระตุ้นให้เขาอยากกลับมา แต่เขาก็ไม่เคยกล้าพอ เขายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง แบบที่สัญญาไว้กับตัวเอง และเขาไม่รู้ว่าหากเขากลับมา จะมีใครต้อนรับเขาไหม โดยเฉพาะพ่อ

และแล้วการตัดสินใจครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เขาได้งานที่จะต้องเดินทางไกลมากกว่าทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเส้นทางที่เขาจะต้องผ่านไปยังหมู่บ้านของเขา หลายครั้งแล้วที่เขาปฏิเสธงานที่จะต้องเดินทางผ่านบ้าน
แต่ครั้งนี้เขาตัดสินใจแล้ว....

เขาจึงเขียนจดหมายถึงพ่อของเขา เพื่อจะบอกว่า อีก 2 วัน เขาจะต้องผ่านถนนหน้าบ้านในตอนกลางคืน เขาไม่รู้ว่าพ่อจะยังรู้สึกแย่กับเขาอยู่ไหม หากพ่อจะให้อภัยเขา ก็ขอให้พ่อเปิดไฟในห้องนอนเดิมของเขาไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แล้วเขาก็จะแวะบ้านสักหน่อย แต่ถ้าพ่อยังโกรธไม่มีแสงไฟ เขาก็จะผ่านเลยไป

หลังจากส่งจดหมายไปแล้ว เขาก็นับเวลารอคอยให้ถึงวันนั้น วันที่จะผ่านไปบ้าน

เมื่อถึงวันเดินทาง เขารู้สึกตื่นเต้น และหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เขากลัวเหลือเกินว่าไฟในบ้านจะมืดสนิท

บนถนนสายกลับบ้าน เมื่อรถกำลังวิ่งใกล้เข้าไป ใจเขาสั่นจนต้องกำมือแน่นและหลับตาลง ด้วยความกลัว เขาคาดคะเนระยะทางเมื่อใกล้ถึงบ้าน สักพักเขาก็ได้ยินเสียงพึมพำในรถดังขึ้น เขาจึงรีบเปิดตาขึ้น ภาพที่เห็นคือบ้านของเขาหลังเดิม มีไฟเปิดสว่างไสวไปทั้งบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งที่รั้วบ้าน และเขายังเห็นพ่อของเขา แม่และน้องสาวยืนโบกมืออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรอรับเขา.!!

Cr. Steel Rose.com

เมื่อโจโฉ สอน โจผี .... โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน ? โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ โจโฉ : ผิดแล้ว... เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซือสัตย์.. โจผี : อ้าว ...ทำไมล่ะ ? โจโฉ : ขุนนางตงฉิน จะทำลายเรา ความชื่อสัตย์ จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา โจผี : อ้าวงั้นข้าควรทำอย่างไร ? โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง " กังฉิน " ไม่ใช่ " ตงฉิน " ให้อำนาจ "กังฉิน" ดูแลบ้านเมือง โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี ..ให้เงินทองใช้ ? โจโฉ : ผิดแล้ว..จงอย่าเลี้ยงให้มัน " อิ่ม " เสืออิ่มจะไม่กัด ..ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอมันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา..เราจะปลอดภัย เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักติดหลัง กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน โจผี : แต่ทำอย่างนั้น ไปนานๆ ประชาชนที่เดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ ?? โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย..การเลี้ยงกังฉิน มีวิธีการ 1 จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม และ 2 จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี.. โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร ? โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่สมควรจะได้.. โจผี : ทำแบบนั้น จะได้อะไร ? โจโฉ : ได้กังฉิน ไว้ปราบกังฉิน ..เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใด ทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการให้แก่กังฉินอีกเมือง มาโค่นมัน ... เมื่อโค่นสำเร็จ...ประชาชนก็จะแซ่ซร้อง สรรเสริญเรา..รักเรา ด้วยแรงนิยม ที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี้เอง กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบ เข้าที่เข้าทางต่อไปได้อีกหลายปี... และเมื่อถึงเวลา..เราก็ทำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป เข้าใจหรือยัง Cr. Forward Line

เมื่อโจโฉ สอน โจผี ....

โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน ?

โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ

โจโฉ : ผิดแล้ว... เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซือสัตย์..

โจผี : อ้าว ...ทำไมล่ะ ?

โจโฉ : ขุนนางตงฉิน จะทำลายเรา ความชื่อสัตย์ จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา

โจผี : อ้าวงั้นข้าควรทำอย่างไร ?

โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง " กังฉิน " ไม่ใช่ " ตงฉิน " ให้อำนาจ "กังฉิน" ดูแลบ้านเมือง

โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี ..ให้เงินทองใช้ ?

โจโฉ : ผิดแล้ว..จงอย่าเลี้ยงให้มัน " อิ่ม " เสืออิ่มจะไม่กัด ..ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอมันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน
เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา..เราจะปลอดภัย
เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักติดหลัง
กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน

โจผี : แต่ทำอย่างนั้น ไปนานๆ ประชาชนที่เดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ ??

โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย..การเลี้ยงกังฉิน มีวิธีการ

1 จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม และ

2 จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี..

โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร ?

โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่สมควรจะได้..

โจผี : ทำแบบนั้น จะได้อะไร ?

โจโฉ : ได้กังฉิน ไว้ปราบกังฉิน ..เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใด ทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการให้แก่กังฉินอีกเมือง มาโค่นมัน ...
เมื่อโค่นสำเร็จ...ประชาชนก็จะแซ่ซร้อง สรรเสริญเรา..รักเรา ด้วยแรงนิยม ที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี้เอง
กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบ เข้าที่เข้าทางต่อไปได้อีกหลายปี...

และเมื่อถึงเวลา..เราก็ทำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป
เข้าใจหรือยัง

Cr. Forward Line

...ความโกรธ ทำให้หัวใจ..ทำงานหนัก ความรัก ทำให้หัวใจ....ทำงานดี ความดี ทำให้หัวใจนั้น...พองโต ความโง่ จะทำให้...เสียหาย ความตายนั้นเป็นเรื่อง...ธรรมดา บุคคลใดเข้าใจธรรม บุคคลนั้นย่อมเห็นทุกสิ่ง..เป็นธรรมดา... Cr. อารมณ์ดี ชีวีสดใส

...ความโกรธ  ทำให้หัวใจ..ทำงานหนัก

ความรัก ทำให้หัวใจ....ทำงานดี

ความดี ทำให้หัวใจนั้น...พองโต

ความโง่ จะทำให้...เสียหาย

ความตายนั้นเป็นเรื่อง...ธรรมดา

บุคคลใดเข้าใจธรรม
บุคคลนั้นย่อมเห็นทุกสิ่ง..เป็นธรรมดา...

Cr. อารมณ์ดี ชีวีสดใส