วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560

.ที่สุดของความเป็นผู้หญิง... อ่านแล้วยิ้ม ๆ #อ่านข้อ2แล้วฮาแตกเลยเจอประจำ 1. ผุ้หญิงที่โชคดีที่สุด ไม่ใช่มีแฟนหล่อ หากแต่คือการกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน 2. ผู้หญิงที่น่าหยิกที่สุด ไม่ใช่กระแดะจัง หากแต่คือการที่ผอมจะตายอยู่แล้ว อัพรูปที่ไรบ่นว่าอ้วน 3. ผู้หญิงที่เป็นศิลปินที่สุด ไม่ใช่วาดรูปเก่ง หากแต่หน้าตาธรรมดามากแต่แต่งหน้าที่ไรสวยกว่ากูทุกที.. 4. ผู้หญิงที่มียิ้มพิฆาตที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงยิ้มหวาน หากแต่ยิ้มทีไรกระเป๋า รองเท้าใหม่มาทุกที ส่วนกูยิ้มแทบตายแฟนมันแค่ยิ้มกลับ... แล้วลูบผม... โว๊ะ! 5. ผุ้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่หาแฟนเก่ง หากแต่คือ ผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่ผุ้ชายจีบเยอะมาก... 6. ผุ้หญิงที่แสบที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่แต่งตัวแซ่บเซ็กซี่ที่สุด หากแต่คือหญิงเงียบๆ ธรรมดาแต่เปลี่ยนผู้ชายทุกวัน 7. ผุ้หญิงที่เก่งที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีตำแหน่งใหญ่โต หากแต่คือ ผู้หญิงคนนึงที่ทั้งทำงาน ทั้งดูแลคนรอบข้างและไม่ลืมดูแลตัวเอง 8. ผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีแต่รูปร่่างที่งดงาม หากแต่คือผู้ที่มีความ อ่อนหวานที่สุดภายนอก แต่เข้มแข็งฉิบหายภายใน 9. ผู้หญิงที่ชายจะยอมสิโรราบที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดุที่สุด หากแต่คือผู้หญิง ที่แค่เพียงยิ้มผู้ชายก็ยอมหยุดทุกอย่างในชีวิตไว้เพียงเธอ 10. ผู้หญิงที่จะสำเร็จที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่เรียงเก่งมากที่สุด หากแต่คือผู้หญิงที่มองเงาในกระจกตัวเองแล้วเห็นว่าตนเองเริ่ด และงามที่สุดในปฐพี ไปเป็นผู้หญิงงดงามในแบบฉบับของตัวเอง . . - DJ Suharit Siamwalla

.ที่สุดของความเป็นผู้หญิง... อ่านแล้วยิ้ม ๆ
#อ่านข้อ2แล้วฮาแตกเลยเจอประจำ

1. ผุ้หญิงที่โชคดีที่สุด ไม่ใช่มีแฟนหล่อ
หากแต่คือการกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
2. ผู้หญิงที่น่าหยิกที่สุด ไม่ใช่กระแดะจัง
หากแต่คือการที่ผอมจะตายอยู่แล้ว อัพรูปที่ไรบ่นว่าอ้วน
3. ผู้หญิงที่เป็นศิลปินที่สุด ไม่ใช่วาดรูปเก่ง
หากแต่หน้าตาธรรมดามากแต่แต่งหน้าที่ไรสวยกว่ากูทุกที..
4. ผู้หญิงที่มียิ้มพิฆาตที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงยิ้มหวาน
หากแต่ยิ้มทีไรกระเป๋า รองเท้าใหม่มาทุกที
ส่วนกูยิ้มแทบตายแฟนมันแค่ยิ้มกลับ... แล้วลูบผม... โว๊ะ!
5. ผุ้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่หาแฟนเก่ง
หากแต่คือ ผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่ผุ้ชายจีบเยอะมาก...
6. ผุ้หญิงที่แสบที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่แต่งตัวแซ่บเซ็กซี่ที่สุด
หากแต่คือหญิงเงียบๆ ธรรมดาแต่เปลี่ยนผู้ชายทุกวัน
7. ผุ้หญิงที่เก่งที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีตำแหน่งใหญ่โต
หากแต่คือ ผู้หญิงคนนึงที่ทั้งทำงาน
ทั้งดูแลคนรอบข้างและไม่ลืมดูแลตัวเอง
8. ผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงที่สุด
ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีแต่รูปร่่างที่งดงาม หากแต่คือผู้ที่มีความ
อ่อนหวานที่สุดภายนอก แต่เข้มแข็งฉิบหายภายใน
9. ผู้หญิงที่ชายจะยอมสิโรราบที่สุด
ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดุที่สุด หากแต่คือผู้หญิง
ที่แค่เพียงยิ้มผู้ชายก็ยอมหยุดทุกอย่างในชีวิตไว้เพียงเธอ
10. ผู้หญิงที่จะสำเร็จที่สุด ไม่ใช่ผู้หญิงที่เรียงเก่งมากที่สุด
หากแต่คือผู้หญิงที่มองเงาในกระจกตัวเองแล้วเห็นว่าตนเองเริ่ด
และงามที่สุดในปฐพี ไปเป็นผู้หญิงงดงามในแบบฉบับของตัวเอง
.
.
- DJ Suharit Siamwalla

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

โคลัมบัส กับไข่ 1 ฟอง วันหนึ่ง... ในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของ 'โคลัมบัส' ที่กษัตริย์สเปนจัดขึ้น ขุนนางที่หมั่นไส้ 'โคลัมบัส' มานาน ก็กระแนะกระแหนโคลัมบัสด้วยเหตุผลเดิมๆ "แค่เดินเรือออกไป แล้วพบแผ่นดินใหม่ ...ที่มันมีอยู่แล้ว ใครๆ ก็ทำได้!" 'โคลัมบัส' ไม่โต้ตอบ... แต่หยิบ 'ไข่' ใบหนึ่งขึ้นมา "ท่านตั้งไข่นี้ให้ได้ซิ" ขุนนางรับไข่มาและพยายามตั้งไข่ให้ได้ แต่เมื่อปล่อยมือ ไข่ก็ล้มลงทุกครั้ง "ไม่มีใครตั้งไข่ได้หรอก" ขุนนางยืนยันและท้าทาย "หรือท่านตั้งได้ ?" 'โคลัมบัส' รับไข่ใบนั้นมาและเคาะเบาๆให้ไข่บุบ จากนั้นเค้าก็นำไข่ตั้งบนโต๊ะ...ไข่ใบนั้นไม่ล้ม ขุนนางโวยวายเสียงดังทันที "แบบนี้ใครๆ ก็ทำได้!" 'โคลัมบัส' ยิ้มตอบสั้นๆ ก่อนเดินจากไป "แล้วทำไมท่านไม่ทำ?" มันก็เหมือนกับความสำเร็จนั้นแหละ บางคน คอยว่าเราอย่าโน้นอย่างนี้. แต่.... ทำไมพวกเค้าไม่ทำให้สำเร็จ เราเองก็เช่นเดียวกัน ตามองไปที่เป้าหมาย. แล้วสร้างความสำเร็จให้จงได้ Credit : Chayapat Pattaramaroot

โคลัมบัส กับไข่ 1 ฟอง

วันหนึ่ง...
ในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของ 'โคลัมบัส' ที่กษัตริย์สเปนจัดขึ้น ขุนนางที่หมั่นไส้ 'โคลัมบัส' มานาน ก็กระแนะกระแหนโคลัมบัสด้วยเหตุผลเดิมๆ

"แค่เดินเรือออกไป แล้วพบแผ่นดินใหม่
...ที่มันมีอยู่แล้ว ใครๆ ก็ทำได้!"

'โคลัมบัส' ไม่โต้ตอบ... แต่หยิบ 'ไข่' ใบหนึ่งขึ้นมา "ท่านตั้งไข่นี้ให้ได้ซิ"

ขุนนางรับไข่มาและพยายามตั้งไข่ให้ได้ แต่เมื่อปล่อยมือ ไข่ก็ล้มลงทุกครั้ง

"ไม่มีใครตั้งไข่ได้หรอก" ขุนนางยืนยันและท้าทาย "หรือท่านตั้งได้ ?"

'โคลัมบัส' รับไข่ใบนั้นมาและเคาะเบาๆให้ไข่บุบ
จากนั้นเค้าก็นำไข่ตั้งบนโต๊ะ...ไข่ใบนั้นไม่ล้ม

ขุนนางโวยวายเสียงดังทันที "แบบนี้ใครๆ ก็ทำได้!"

'โคลัมบัส' ยิ้มตอบสั้นๆ ก่อนเดินจากไป "แล้วทำไมท่านไม่ทำ?"

มันก็เหมือนกับความสำเร็จนั้นแหละ
บางคน คอยว่าเราอย่าโน้นอย่างนี้. แต่....
ทำไมพวกเค้าไม่ทำให้สำเร็จ
เราเองก็เช่นเดียวกัน
ตามองไปที่เป้าหมาย. แล้วสร้างความสำเร็จให้จงได้

Credit : Chayapat Pattaramaroot

อย่าเอาความเหงาไปลงที่ใคร บางคนอาจคิดว่าความเหงาเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก.... บางคนอาจคิดว่าความเหงาเป็นสิ่งนำพาให้เจอใครคนหนึ่ง แต่รู้ไหมว่า บางคนคิดว่าเราเป็นคนแก้เหงาของเขา เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะเจอะเจอกับความเหงา แต่เราจะทำอย่างไรให้ความเหงาไม่ทำร้ายตัวเอง และคนอื่น ในหัวใจรักทุกดวง เวลาเหงาเราต้องการใครสักคน มาช่วยให้ผ่อนคลาย และระบายความอัดอั้นตันใจ ความคับแค้นใจที่มีต่อความรักครั้งเก่า แต่ใครสักคนนั้นอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นในหัวใจ สิ่งนั้นอาจเป็นความรัก โดยที่คุณเองไม่พร้อมที่จะรับมัน เพราะสิ่งที่คุณให้เขาได้ ก็แค่......คนแก้เหงา ถ้าถามว่าใครผิด แน่นอนมันไม่มีคำตอบ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในทางกลับกัน..........เมื่อคุณพร้อม คุณก็จะได้เขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของคุณได้ ความเหงามันเกิดได้ทุกเวลาและคงไม่มีใครอยากเป็นแค่คนแก้เหงา เมื่อความรักเกิดจากการเป็นคนแก้เหงาของใครอีกคน คุณอาจต้องทำใจ หากไม่เป็นดั่งที่คุณได้คิดหวังไว้

อย่าเอาความเหงาไปลงที่ใคร

บางคนอาจคิดว่าความเหงาเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก....
บางคนอาจคิดว่าความเหงาเป็นสิ่งนำพาให้เจอใครคนหนึ่ง
แต่รู้ไหมว่า  บางคนคิดว่าเราเป็นคนแก้เหงาของเขา

เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะเจอะเจอกับความเหงา
แต่เราจะทำอย่างไรให้ความเหงาไม่ทำร้ายตัวเอง และคนอื่น
ในหัวใจรักทุกดวง
เวลาเหงาเราต้องการใครสักคน มาช่วยให้ผ่อนคลาย
และระบายความอัดอั้นตันใจ ความคับแค้นใจที่มีต่อความรักครั้งเก่า
แต่ใครสักคนนั้นอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นในหัวใจ สิ่งนั้นอาจเป็นความรัก
โดยที่คุณเองไม่พร้อมที่จะรับมัน
เพราะสิ่งที่คุณให้เขาได้ ก็แค่......คนแก้เหงา
ถ้าถามว่าใครผิด  แน่นอนมันไม่มีคำตอบ
เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน
แต่ในทางกลับกัน..........เมื่อคุณพร้อม
คุณก็จะได้เขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของคุณได้

ความเหงามันเกิดได้ทุกเวลาและคงไม่มีใครอยากเป็นแค่คนแก้เหงา
เมื่อความรักเกิดจากการเป็นคนแก้เหงาของใครอีกคน
คุณอาจต้องทำใจ หากไม่เป็นดั่งที่คุณได้คิดหวังไว้

เหตุผล..... ที่เลิกกัน --" "เลิกกันทั้งที่เรายังรักกันอยู่" ,"เลิกกันเพราะไม่คู่ควร","เลิกกันเพราะเขา/เธอ ดีเกินไป" ,"เลิกกันเพื่ออนาคตของเขา/เธอ" ฯลฯ เหตุผลที่งี่เง่า ปัญญาอ่อนที่สุด ในการบอกเลิก ไม่มีหรอกเลิกกันด้วยเหตุผลทั้งที่รักกันอยู่ "รักกัน" แล้วเลิกกันทำไม ที่เลิกเพระว่าไม่รักกันต่างหาก เลิกกันเพราะไม่คู่ควร แล้วมารักกันทำไม เลิกกันเพราะดีเกินไป เลิกกันเพราะอนาคตของอีกฝ่าย สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด เอาแต่ใจตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองบางคนคิดว่าเป็นคนเอา แต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย +++++++++++++ ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป การ ที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่ ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ใน ลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็น ปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหา ได้เหมือนกัน +++++++++++++ หึงแบบไร้ขีดจำกัด คง จะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างไม่ใช่ว่า เพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้น โทรเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมาก +++++++++++++ บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้ เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นแต่หลังๆ ล่ะก็ เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าได้นะ +++++++++++++ ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งใน ศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอน เฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวัง เพราะมองอีกมุมคือ คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วย กันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หญิงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมอง คุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดี +++++++++++++ เชื่อเพื่อนมากเกินไป บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ เพราะ จากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัว ติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทน คุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า +++++++++++++ โกรธแล้วไม่พูดด้วย เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำ ให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความ เข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ +++++++++++++ นัดแล้วไม่เป็นนัด การเลื่อนนัด ประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะ +++++++++++++ พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการ ทะเลาะกัน ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ +++++++++++++ โกหก บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่ เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจ

เหตุผล..... ที่เลิกกัน --"

"เลิกกันทั้งที่เรายังรักกันอยู่" ,"เลิกกันเพราะไม่คู่ควร","เลิกกันเพราะเขา/เธอ ดีเกินไป" ,"เลิกกันเพื่ออนาคตของเขา/เธอ" ฯลฯ

เหตุผลที่งี่เง่า ปัญญาอ่อนที่สุด ในการบอกเลิก ไม่มีหรอกเลิกกันด้วยเหตุผลทั้งที่รักกันอยู่

"รักกัน" แล้วเลิกกันทำไม ที่เลิกเพระว่าไม่รักกันต่างหาก เลิกกันเพราะไม่คู่ควร แล้วมารักกันทำไม เลิกกันเพราะดีเกินไป เลิกกันเพราะอนาคตของอีกฝ่าย

สาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกกันมากที่สุด

เอาแต่ใจตัวเอง

เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว เพียงแต่

ว่าใครจะ เอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองบางคนคิดว่าเป็นคนเอา

แต่ใจตัวเอง น้อย แต่ความจริงแล้วมากเนี่ย ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

+++++++++++++

ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป

การ ที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่า คุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย ก็ไม่

ใช่เรื่อง แปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา ใน

ลักษณะที่เป็นเงา ตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย ตัวติดกันเป็น

ปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลา ส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว ก็อาจเป็นปัญหา

ได้เหมือนกัน

+++++++++++++

หึงแบบไร้ขีดจำกัด

คง จะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างไม่ใช่ว่า

เพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว บางคนเข้าขั้น

โทรเช็คตลอด เวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมาก

+++++++++++++

บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ

ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้

เขามาง้อเท่า นั้น ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นแต่หลังๆ ล่ะก็

เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า น้ำตาเช็ดหัวเข่าได้นะ

+++++++++++++

ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น

ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งใน

ศักดิ์ศรีของตัวเอง บางครั้งอาจทำ เพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ เป็นการคอน

เฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่า สำหรับพวกเขา แต่ต้องระวัง เพราะมองอีกมุมคือ

คุณไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วย

กันไปทำไม อีกกรณีหนึ่งที่หญิงหรือชายไปชอบเพื่อนของฝ่ายหนึ่ง

นอกจากจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแตกสะบั้นแล้ว คนอื่นจะมอง

คุณเป็นคนไม่ดีเอามาก ๆ ด้วย ข้อนี้ต้องคิดให้ดี

+++++++++++++

เชื่อเพื่อนมากเกินไป

บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะ เพราะ

จากที่ เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน ก็กลับกลายเป็นว่า คุณไปตัว

ติดกับแฟนแทน หรืออาจจะด้วยความหวังดีมากเกินไป ก็เลยคิดแทน

คุณไปหมด ว่าแฟนคุณดีพอ สำหรับคุณหรือเปล่า

+++++++++++++

โกรธแล้วไม่พูดด้วย

เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ อาการแบบนี้จะทำ

ให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความ

เข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

+++++++++++++

นัดแล้วไม่เป็นนัด

การเลื่อนนัด ประเภทเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย

นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา

เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะ

+++++++++++++

พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น

อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป อาจจะเกิดการ

ทะเลาะกัน ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้

+++++++++++++

โกหก

บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่

เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้ น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจ

เคล็ดลับดำเนินชีวิตง่ายๆ ๓ ประการ ๑.ทำตัวง่ายๆ คือ อย่าเป็นคนเรื่องมาก "อย่าเยอะ" คนเยอะ จะทุกข์ง่าย สุขยาก ๒.ทำใจร่มๆ คือ อย่าโกรธง่าย อย่าหงุดหงิดง่าย อย่ามองอะไรในแง่ลบ เพราะคนที่คิดลบ มองลบ พูดลบ แล้วก็จะทำลบ อยู่ห่างๆ คนที่มีพลังงานเชิงลบ ๓.มองโลกกลมๆ เป็นธรรมชาติ คือ มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องธรรมดา ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นครูของเรา "จงทำให้ดีที่สุด ณ จุดที่ทำ และเป็นให้ดีที่สุด ณ จุดที่เป็น"

เคล็ดลับดำเนินชีวิตง่ายๆ ๓ ประการ

๑.ทำตัวง่ายๆ คือ อย่าเป็นคนเรื่องมาก "อย่าเยอะ" คนเยอะ จะทุกข์ง่าย สุขยาก

๒.ทำใจร่มๆ คือ อย่าโกรธง่าย อย่าหงุดหงิดง่าย อย่ามองอะไรในแง่ลบ เพราะคนที่คิดลบ มองลบ พูดลบ แล้วก็จะทำลบ อยู่ห่างๆ คนที่มีพลังงานเชิงลบ

๓.มองโลกกลมๆ เป็นธรรมชาติ คือ มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องธรรมดา ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นครูของเรา

"จงทำให้ดีที่สุด ณ จุดที่ทำ และเป็นให้ดีที่สุด ณ จุดที่เป็น"

ปัจจัยที่เป็นตัวเร่งการพลิกผัน (Disruption) ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มีดังนี้ (1) การก้าวกระโดดของความเร็วในการส่งข้อมูลด้วย ระบบ mobile 5G ในระดับ Gbps ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าระบบ 4G อย่างน้อย 10 เท่า ภายในปี 2020 ดังนั้น จึงทำให้เกิดการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ด้วยความรวดเร็วแบบ realtime จนทำให้บุคคลและองค์กรขนาดเล็กมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์งานด้านต่างๆ ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในอดีต (2) ระบบสื่อสารเส้นใยแก้วนำแสง ทั้งการเชื่อมบนภาคพื้นดินและในมหาสมุทร กำลังมีการลงทุนมหาศาลและขยายอย่างรวดเร็วทั่วโลก จนคาดว่าภายในปี 2020 จะมีขีดความสามารถในการส่ง video แบบ realtime ได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านอินเทอร์เน็ตในทุกมุมโลก และสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big data ข้ามโลกได้อย่างรวดเร็ว (3) แพลทฟอร์ม Internet of Things (IoT) กำลังถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้อุปกรณ์สื่อสารและสรรพสิ่งต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ จนทำให้ขีดความสามารถของมนุษย์แต่ละคน รวมไปถึงองค์กรขนาดเล็ก มีขีดความสามารถสูงขึ้นด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT (4) ในวันนี้ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ได้ถูกพัฒนามาจนถึงจุดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทุกอุตสาหกรรมทั่วไป ด้วยต้นทุนที่เหมาะสมกับการลงทุน และนับวันจะมีราคาถูกลงมาก รวมทั้งถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันในระดับบุคคล ทั้งนี้เนื่องจาก AI ได้แทรกตัวอยู่กับซอฟท์แวร์และแอพริเคชั่นทุกชนิด และยังถูกเชื่อมโยงกันผ่านเครื่อข่าย IoT และ 5G จึงทำให้ขีดความสามารถของ AI เข้าไปทำงานแทนมนุษย์ในการดำเนินการด้านต่างๆ แบบอัตโนมัติอย่างมีขีดความสามารถแบบก้าวกระโดด (5) ขีดความสามารถของ social network และ search engine ได้ผนวกเข้ากับ AI จนทำให้พลังอำนาจของบุคคลและกลุ่มคน มีขีดความสามารถและมีพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองกับภาครัฐมากขึ้น ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยสรุป - การหลอมรวมของเทคโนโลยี mobile+Internet+IoT+AI+Big data+social network จะทำให้เกิดตัวคูณ (multiplier) บนขีดความสามารถในด้านต่างๆ จึงทำให้สิ่งที่มนุษย์ในระดับบุคคลและองค์กรขนาดเล็ก ที่ไม่เคยสามารถทำได้ในอดีตจะ "ถูกปลดล็อค" ด้วยเหตุผล (1)-(5) นับจากนี้เป็นต้นไป - องค์กรและธุรกิจแบบดั้งเดิมจะได้รับผลกระทบจากองค์กรขนาดเล็กกว่า แต่มีขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่สูงกว่า - ตำแหน่งงานแบบดั้งเดิมอาจมีบางส่วนหายไป และเกิดตำแหน่งงานรูปแบบใหม่เข้ามาแทนที่ - รูปแบบของสินค้าและบริการ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก - ผู้บริโภคจะมีอำนาจการต่อรองที่สูงขึ้นมาก - ประชาชนจะเริ่มมีอำนาจในความคิดและมีบทบาทสูงขึ้น และจะทำให้ภาครัฐต้องปรับตัวอย่างมาก - ประเทศที่ไม่สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นประเทศดิจิทัลได้ (Digital transformation) จะเป็นประเทศที่เสื่อมถอยในด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ทุกมิติ - การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ จะมีความสำคัญเป็นอันดับแรกของทุกๆประเทศ ------------------ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม 25 พฤษภาคม 2560 www.เศรษฐพงค์.com

ปัจจัยที่เป็นตัวเร่งการพลิกผัน (Disruption) ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป มีดังนี้

(1) การก้าวกระโดดของความเร็วในการส่งข้อมูลด้วย ระบบ mobile 5G ในระดับ Gbps ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าระบบ 4G อย่างน้อย 10 เท่า ภายในปี 2020 ดังนั้น จึงทำให้เกิดการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ด้วยความรวดเร็วแบบ realtime จนทำให้บุคคลและองค์กรขนาดเล็กมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์งานด้านต่างๆ ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในอดีต

(2) ระบบสื่อสารเส้นใยแก้วนำแสง ทั้งการเชื่อมบนภาคพื้นดินและในมหาสมุทร กำลังมีการลงทุนมหาศาลและขยายอย่างรวดเร็วทั่วโลก จนคาดว่าภายในปี 2020 จะมีขีดความสามารถในการส่ง video แบบ realtime ได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านอินเทอร์เน็ตในทุกมุมโลก และสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big data ข้ามโลกได้อย่างรวดเร็ว

(3) แพลทฟอร์ม Internet of Things (IoT) กำลังถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้อุปกรณ์สื่อสารและสรรพสิ่งต่างๆ สามารถติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ จนทำให้ขีดความสามารถของมนุษย์แต่ละคน รวมไปถึงองค์กรขนาดเล็ก มีขีดความสามารถสูงขึ้นด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT

(4) ในวันนี้ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ได้ถูกพัฒนามาจนถึงจุดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทุกอุตสาหกรรมทั่วไป ด้วยต้นทุนที่เหมาะสมกับการลงทุน และนับวันจะมีราคาถูกลงมาก รวมทั้งถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันในระดับบุคคล ทั้งนี้เนื่องจาก AI ได้แทรกตัวอยู่กับซอฟท์แวร์และแอพริเคชั่นทุกชนิด และยังถูกเชื่อมโยงกันผ่านเครื่อข่าย IoT และ 5G จึงทำให้ขีดความสามารถของ AI เข้าไปทำงานแทนมนุษย์ในการดำเนินการด้านต่างๆ แบบอัตโนมัติอย่างมีขีดความสามารถแบบก้าวกระโดด

(5) ขีดความสามารถของ social network และ search engine ได้ผนวกเข้ากับ AI จนทำให้พลังอำนาจของบุคคลและกลุ่มคน มีขีดความสามารถและมีพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองกับภาครัฐมากขึ้น ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก

โดยสรุป
- การหลอมรวมของเทคโนโลยี mobile+Internet+IoT+AI+Big data+social network จะทำให้เกิดตัวคูณ (multiplier) บนขีดความสามารถในด้านต่างๆ จึงทำให้สิ่งที่มนุษย์ในระดับบุคคลและองค์กรขนาดเล็ก ที่ไม่เคยสามารถทำได้ในอดีตจะ "ถูกปลดล็อค" ด้วยเหตุผล (1)-(5) นับจากนี้เป็นต้นไป
- องค์กรและธุรกิจแบบดั้งเดิมจะได้รับผลกระทบจากองค์กรขนาดเล็กกว่า แต่มีขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่สูงกว่า
- ตำแหน่งงานแบบดั้งเดิมอาจมีบางส่วนหายไป และเกิดตำแหน่งงานรูปแบบใหม่เข้ามาแทนที่
- รูปแบบของสินค้าและบริการ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
- ผู้บริโภคจะมีอำนาจการต่อรองที่สูงขึ้นมาก
- ประชาชนจะเริ่มมีอำนาจในความคิดและมีบทบาทสูงขึ้น และจะทำให้ภาครัฐต้องปรับตัวอย่างมาก
- ประเทศที่ไม่สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นประเทศดิจิทัลได้ (Digital transformation) จะเป็นประเทศที่เสื่อมถอยในด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ทุกมิติ
- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ จะมีความสำคัญเป็นอันดับแรกของทุกๆประเทศ
------------------
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
25 พฤษภาคม 2560
www.เศรษฐพงค์.com

นิทานเรื่อง “ไม่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหา” ชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่ง เดินไปตามถนน บนบ่ามีไม้คานพาดอยู่ และที่ปลายไม้นั้นมีหม้อดินใส่เต้าหู้ผูกไว้ ด้วยความชรา ชายแก่เดินสะดุดก้อนหิน และหม้อดินก็หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย ชายแก่ก้มหน้าก้มตา เดินต่อไป โดยไม่หันหน้ากลับไปดู หรือแสดงความรู้สึกใด ๆ ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามา "นี่ ๆ พ่อเฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่า หม้อดินของท่านหล่นแตก" ชายชราหันไปตอบว่า "ฉันรู้… ฉันได้ยินมันหล่น" ชายหนุ่ม ประหลาดใจเมื่อได้ยินดังนั้น "อ้าว.. แล้วทำไม ท่านไม่หันกลับไปดูหรือเก็บมันล่ะ" สีหน้าผู้เฒ่าก็ยัง ราบเรียบ เฉย ๆ แต่ก็ตอบด้วยเสียงหนักแน่น "ก็หม้อดินมันแตกแล้ว เต้าหู้ก็เปื้อนดินไปแล้ว แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรได้" "คนเรานั้น ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับกาลเวลาที่ผ่านไป ต้องยอมรับผลของสิ่งที่ตนทำไป ต้องยอมรับว่าบางสิ่งที่ผ่านไปแล้วต้องให้ผ่านเลยไป ต้องคิดแก้ไขสิ่งที่แก้ไขได ้ ต้องไม่คิดที่จะหันกลับไปแก้ไขในสิ่งที่แก้ไขไม่ได้" … พูดจบ ชายชราก็เดินจากไป … นำเสนอโดย เรื่องดีๆมีข้อคิด > http://bit.ly/2iFE1x4 Line : ts2502 Instagram : th.thamma ขอบคุณ http://somboonseree.wordpress.com/ ภาพ : https://www.gotoknow.org/posts/136451

นิทานเรื่อง “ไม่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหา”

ชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่ง เดินไปตามถนน
บนบ่ามีไม้คานพาดอยู่
และที่ปลายไม้นั้นมีหม้อดินใส่เต้าหู้ผูกไว้
ด้วยความชรา ชายแก่เดินสะดุดก้อนหิน
และหม้อดินก็หล่นกระทบพื้นแตกกระจาย
ชายแก่ก้มหน้าก้มตา เดินต่อไป
โดยไม่หันหน้ากลับไปดู หรือแสดงความรู้สึกใด ๆ

ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามา
"นี่ ๆ พ่อเฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่า หม้อดินของท่านหล่นแตก"
ชายชราหันไปตอบว่า
"ฉันรู้… ฉันได้ยินมันหล่น"
ชายหนุ่ม ประหลาดใจเมื่อได้ยินดังนั้น
"อ้าว.. แล้วทำไม ท่านไม่หันกลับไปดูหรือเก็บมันล่ะ"
สีหน้าผู้เฒ่าก็ยัง ราบเรียบ เฉย ๆ แต่ก็ตอบด้วยเสียงหนักแน่น
"ก็หม้อดินมันแตกแล้ว เต้าหู้ก็เปื้อนดินไปแล้ว แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรได้"

"คนเรานั้น ต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
ต้องยอมรับกาลเวลาที่ผ่านไป
ต้องยอมรับผลของสิ่งที่ตนทำไป
ต้องยอมรับว่าบางสิ่งที่ผ่านไปแล้วต้องให้ผ่านเลยไป
ต้องคิดแก้ไขสิ่งที่แก้ไขได ้
ต้องไม่คิดที่จะหันกลับไปแก้ไขในสิ่งที่แก้ไขไม่ได้"

… พูดจบ ชายชราก็เดินจากไป …

นำเสนอโดย
เรื่องดีๆมีข้อคิด > http://bit.ly/2iFE1x4
Line : ts2502
Instagram : th.thamma

ขอบคุณ http://somboonseree.wordpress.com/
ภาพ : https://www.gotoknow.org/posts/136451