วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

คำสอนสุดท้าย ที่ฉันได้จากในหลวง 13 ตุลาคม 2559 ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือ การเปลี่ยนแผ่นดิน แต่สำหรับผม การเปลี่ยนแผ่นดินอาจจะไม่ส่งผลต่อความรู้สึกมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะ เราเรียกพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นว่า “พ่อ” คำๆ นี้แทนทุกความหมายและตอบทุกคำถามว่า ทำไมเราถึงโศกเศร้าเพียงนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับในหลวงไม่ใช่ในแบบที่พระมหากษัตริย์โดยทั่วไปทรงมีกับประชาชน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ พ่อคนหนึ่งมีให้กับลูก เช่นเดียวกันกับที่พระองค์เคยตรัสว่า ไม่รู้ว่าพระมหากษัตริย์ต้องทำอะไร รู้แค่ว่าต้องทำในส่ิงที่เป็นประโยชน์กับประชาชน การดูแลลูกหนึ่งคนว่ายากแล้ว (ผมรู้ดี เพราะคุณแม่ผมก็เลี้ยงผมมาคนเดียว) แต่การดูแลลูกหลายสิบล้านคนยิ่งยากกว่าจนเทียบกันไม่ได้ (ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ไปไล่อ่านพระราชกรณียกิจแล้วจะเข้าใจ) ตลอด 70ปี ผ่านมา คนไทยทุกคนได้รับการดูแลทุกเรื่องทุกอย่างจากพระองค์ ผมได้มีโอกาสนั่งไล่ดูคลิปเวลาที่พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งกับผู้บริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะช่วงวันพ่อ ผมต้องประหลาดใจว่า การพัฒนาของบ้านเมืองเกือบทั้งหมดริเริ่มโดยพระราชดำริของพระองค์ท่าน กังหันน้ำ การสร้างเขื่อน พลังงานทดแทน (Gasohol, Biodiesel) การเกษตรทฤษฏีใหม่ การแก้ปัญหา 3 น้ำ (ท่วม แล้ง เสีย) ผมเขียนไม่หมด เพราะมันมากมายเหลือเกิน พระองค์ไม่ได้แค่ทรงมีรับสั่ง แต่ทรงตามไปดู ไปลงมือทำ ด้วยพระองค์เอง ไม่แปลกใจว่า ทำไมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเราหาทางไปต่อไม่ได้ ประเทศเราหยุดชะงักไปตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ไม่แข็งแรงพอที่จะลงมาบอกว่า ปีหน้าบ้านเมืองเราจะเดินไปอย่างไร ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2546 ทรงมีพระราชดำรัสปนรอยยิ้มว่า “พระเจ้าอยู่หัวรับผิดชอบทุกอย่าง” จริงครับ พระองค์รับผิดชอบทุกอย่าง และเหตุผลเดียวที่พระองค์ต้องทำและรอไม่ได้ คือ พระองค์ไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนลำบากได้ เราคุ้นเคยกับสภาวะแบบนี้มา 70 ปี (ด้วยความหวังว่าพระองค์ท่านจะช่วยเราแบบนี้ไปจนพระชนมายุ 120 ปี) ผมนั่งเรียบเรียงกับตัวเอง นั่งดูคลิป นั่งอ่านบทความ นั่งทำความเข้าใจกับทุกสิ่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในช่วงเวลาที่ทรมานแบบนี้ แล้วผมก็เริ่มเข้าใจว่า คำสอนสุดท้ายของพ่อ คือ การทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า จะต้องอยู่กันอย่างไร เมื่อพ่อไม่ได้ทำให้แล้ว พระองค์สอนให้เราตกปลาเองมานานแล้ว พระองค์สอนทุกเรื่องทุกเรื่อง ตั้งแต่วิธีคิด วิธีการดำเนินชีวิต (ผมยังจำภาพหลอดยาสีฟันได้ดี) ไปจนถึงการบริหารประเทศ แต่พวกเราเองนั่นแหละที่ยังไม่รู้จักโต ยังเอาแต่ทะเลาะกัน แย่งของเล่นกัน แข่งขันกันเอง ยังดูถูกและแบ่งชนชั้น แบ่งแยกกลุ่ม เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน แม้กระทั่งเสื้อสีดำก็ยังทำให้เรากลายเป็นคนละพวกได้ เราทำอะไรก็ได้ตามใจเพราะคุ้นเคยว่า เดี๋ยวพ่อก็จะแก้ปัญหาให้ นับจากนี้ พวกเราควรรู้ได้แล้วว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และสำคัญที่สุด อะไร คือ สิ่งที่พ่ออยากให้เราทำ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีสุด ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุด มีแต่ความพอดีและความพอเพียง พระองค์ได้ให้หัวใจของการสร้างประเทศอย่างมีความสุขไว้แล้ว ผมไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้ โน้มน้าวใครได้ แต่ผมเริ่มที่ตนเองได้ แม้การจากไปของพระองค์จะส่งผลมหาศาลต่อพวกเรา และพวกเราคงไม่สามารถทำใจได้ในเร็ววัน แต่เราต้องรู้ว่า พระองค์ไม่ได้ไปไหน พระองค์ได้ถ่ายทอดตัวตนของพระองค์ ความเป็นพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทำและสิ่งที่พระองค์คิดไว้ให้พวกเราหมดแล้ว เพียงแต่ครานี้ พ่อไม่ได้ทำให้เรา พ่อเพียงอยู่กับเรา คอยบอกให้เราต้องทำเอง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราทุกคนจะเอาคำสอนสุดท้ายของพระองค์ไปใช้ด้วย"ความเพียร"ได้อย่างไร เดินไปข้างหน้า และเชื่อว่าพระองค์จะเดินไปกับเรา รักในหลวงสุดหัวใจ และจะรักตลอดไป ขออนุญาติพูดสิ่งที่อยู่ในใจที่สุด แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พูด #อยากกราบและอยากกอดพระองค์มาก 15 ตุลาคม 2559 ปิยะชาติ อิศรภักดี ปล. ภาพเก็บไว้นานแล้ว เลยไม่ทราบที่มา ใครพอจะทราบแนะนำมานะครับ จะรีบลง Credit ให้ ขอบคุณครับ ขออภัยด้วยหากผิดพลาดในเชิงภาษา แค่ตั้งใจขะเขียนแค่นั้น

คำสอนสุดท้าย ที่ฉันได้จากในหลวง

13 ตุลาคม 2559
ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือ การเปลี่ยนแผ่นดิน แต่สำหรับผม การเปลี่ยนแผ่นดินอาจจะไม่ส่งผลต่อความรู้สึกมากมายขนาดนี้

ถ้าไม่ใช่เพราะ เราเรียกพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นว่า “พ่อ”

คำๆ นี้แทนทุกความหมายและตอบทุกคำถามว่า ทำไมเราถึงโศกเศร้าเพียงนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับในหลวงไม่ใช่ในแบบที่พระมหากษัตริย์โดยทั่วไปทรงมีกับประชาชน

แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ พ่อคนหนึ่งมีให้กับลูก
เช่นเดียวกันกับที่พระองค์เคยตรัสว่า ไม่รู้ว่าพระมหากษัตริย์ต้องทำอะไร รู้แค่ว่าต้องทำในส่ิงที่เป็นประโยชน์กับประชาชน

การดูแลลูกหนึ่งคนว่ายากแล้ว (ผมรู้ดี เพราะคุณแม่ผมก็เลี้ยงผมมาคนเดียว) แต่การดูแลลูกหลายสิบล้านคนยิ่งยากกว่าจนเทียบกันไม่ได้ (ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ไปไล่อ่านพระราชกรณียกิจแล้วจะเข้าใจ)

ตลอด 70ปี ผ่านมา คนไทยทุกคนได้รับการดูแลทุกเรื่องทุกอย่างจากพระองค์ ผมได้มีโอกาสนั่งไล่ดูคลิปเวลาที่พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งกับผู้บริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะช่วงวันพ่อ

ผมต้องประหลาดใจว่า การพัฒนาของบ้านเมืองเกือบทั้งหมดริเริ่มโดยพระราชดำริของพระองค์ท่าน

กังหันน้ำ
การสร้างเขื่อน
พลังงานทดแทน (Gasohol, Biodiesel)
การเกษตรทฤษฏีใหม่
การแก้ปัญหา 3 น้ำ (ท่วม แล้ง เสีย)
ผมเขียนไม่หมด เพราะมันมากมายเหลือเกิน

พระองค์ไม่ได้แค่ทรงมีรับสั่ง แต่ทรงตามไปดู ไปลงมือทำ ด้วยพระองค์เอง

ไม่แปลกใจว่า ทำไมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเราหาทางไปต่อไม่ได้ ประเทศเราหยุดชะงักไปตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ไม่แข็งแรงพอที่จะลงมาบอกว่า ปีหน้าบ้านเมืองเราจะเดินไปอย่างไร

ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2546 ทรงมีพระราชดำรัสปนรอยยิ้มว่า
“พระเจ้าอยู่หัวรับผิดชอบทุกอย่าง”

จริงครับ พระองค์รับผิดชอบทุกอย่าง และเหตุผลเดียวที่พระองค์ต้องทำและรอไม่ได้ คือ พระองค์ไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนลำบากได้

เราคุ้นเคยกับสภาวะแบบนี้มา 70 ปี (ด้วยความหวังว่าพระองค์ท่านจะช่วยเราแบบนี้ไปจนพระชนมายุ 120 ปี)

ผมนั่งเรียบเรียงกับตัวเอง นั่งดูคลิป นั่งอ่านบทความ นั่งทำความเข้าใจกับทุกสิ่งมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในช่วงเวลาที่ทรมานแบบนี้ แล้วผมก็เริ่มเข้าใจว่า

คำสอนสุดท้ายของพ่อ คือ การทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า จะต้องอยู่กันอย่างไร เมื่อพ่อไม่ได้ทำให้แล้ว

พระองค์สอนให้เราตกปลาเองมานานแล้ว พระองค์สอนทุกเรื่องทุกเรื่อง ตั้งแต่วิธีคิด วิธีการดำเนินชีวิต (ผมยังจำภาพหลอดยาสีฟันได้ดี) ไปจนถึงการบริหารประเทศ แต่พวกเราเองนั่นแหละที่ยังไม่รู้จักโต

ยังเอาแต่ทะเลาะกัน
แย่งของเล่นกัน
แข่งขันกันเอง
ยังดูถูกและแบ่งชนชั้น
แบ่งแยกกลุ่ม
เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน
แม้กระทั่งเสื้อสีดำก็ยังทำให้เรากลายเป็นคนละพวกได้
เราทำอะไรก็ได้ตามใจเพราะคุ้นเคยว่า เดี๋ยวพ่อก็จะแก้ปัญหาให้

นับจากนี้ พวกเราควรรู้ได้แล้วว่า อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และสำคัญที่สุด อะไร คือ สิ่งที่พ่ออยากให้เราทำ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีสุด ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุด มีแต่ความพอดีและความพอเพียง
พระองค์ได้ให้หัวใจของการสร้างประเทศอย่างมีความสุขไว้แล้ว

ผมไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้ โน้มน้าวใครได้ แต่ผมเริ่มที่ตนเองได้ แม้การจากไปของพระองค์จะส่งผลมหาศาลต่อพวกเรา และพวกเราคงไม่สามารถทำใจได้ในเร็ววัน

แต่เราต้องรู้ว่า พระองค์ไม่ได้ไปไหน พระองค์ได้ถ่ายทอดตัวตนของพระองค์ ความเป็นพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทำและสิ่งที่พระองค์คิดไว้ให้พวกเราหมดแล้ว

เพียงแต่ครานี้ พ่อไม่ได้ทำให้เรา พ่อเพียงอยู่กับเรา คอยบอกให้เราต้องทำเอง

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราทุกคนจะเอาคำสอนสุดท้ายของพระองค์ไปใช้ด้วย"ความเพียร"ได้อย่างไร

เดินไปข้างหน้า และเชื่อว่าพระองค์จะเดินไปกับเรา

รักในหลวงสุดหัวใจ และจะรักตลอดไป
ขออนุญาติพูดสิ่งที่อยู่ในใจที่สุด แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พูด
#อยากกราบและอยากกอดพระองค์มาก

15 ตุลาคม 2559
ปิยะชาติ อิศรภักดี

ปล. ภาพเก็บไว้นานแล้ว เลยไม่ทราบที่มา ใครพอจะทราบแนะนำมานะครับ จะรีบลง Credit ให้ ขอบคุณครับ
ขออภัยด้วยหากผิดพลาดในเชิงภาษา แค่ตั้งใจขะเขียนแค่นั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น