วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

ในหลวงของฉัน ตอนที่ 5 เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังเรื่องราวปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงทางช่อง 3 เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง ในรูป คือ เอกสารนำเสนอที่ผมจะพูดปิดท้ายทุกครั้งไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนก็ตาม ปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงหรือ Sufficiency Economy Philosophy นั้น เป็นศาสตร์ที่เกิดการตกผลึกโดยแท้ เป็นส่วนผสมของ การรู้จักตัวเอง คือ รู้ว่าชอบอะไร ทำอะไรได้ดี ประมาณได้ว่าอะไรขาดไปหรืออะไรเกินตัว การหาจุดพอดีของตัวเองได้นั้น จะช่วยให้เราไม่นำพาตนเองไปสู่จุดที่ลำบาก และมีความสุข การมีภูมิคุ้มกัน คือ เมื่อปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง มีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายใน ก็สามารถดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็งและมั่นคง การมีเหตุมีผล คือ ตัดสินใจอะไรบนพื้นฐานของความเป็นจริง เข้าใจเหตุ เข้าใจผล มีสติ ไม่ใช้อารมณ์วู่วาม ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลได้ผลเสียไว้ดีแล้ว ทั้งสามส่วนจะถูกประคองด้วยการมีความรู้ คือ ทำอะไรต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง ให้ถ่องแท้จนเกิดความเข้าใจและเชี่ยวชาญ และที่สำคัญที่สุด ต้องมีคุณธรรมนำทางเสมอ ทำอะไรต้องคิดผลที่ตามมาต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งมั่นบนความสุจริต ยุติธรรม ในความพอดีนั้นจะนำไปสู่ความสมดุลของชีวิต ไม่สุดโต่ง แต่ไม่ขาดแคลน มีเท่าที่จำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น พอสำหรับแต่ละคน และที่สำคัญ ดี ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอบข้าง ไม่เบียดเบียนใคร ตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่เหลือในชีวิตถ่ายทอดและลงมือปฏิบัติตามปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพื่อในหลวงเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว พระองค์ท่านต้องการให้เรานำแนวคิดนี้มาใช้ เพื่อให้ดูแลตัวเองได้ เมื่อทุกคนดูแลตัวเองได้ สังคมจะแข็งแรง ในหลวงของฉัน ทรงเป็นปราชญ์โดยแท้ #รักในหลวง #คิดถึงในหลวง #ตามรอยในหลวง ปล. ในภาพไม่ใช่ปรัญชาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงต้นฉบับ เป็นโมเดลที่ผมเชื่อมโยง BRANDing4.0 เข้าไปเพื่ออธิบายว่าทำไม ยุค 4.0 จึงเป็นยุคแห่งความพอเพียงอย่างแท้จริง Credit Pic: Chumchon Music

ในหลวงของฉัน ตอนที่ 5

เมื่อสักครู่นี้ได้ฟังเรื่องราวปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงทางช่อง 3 เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง

ในรูป คือ เอกสารนำเสนอที่ผมจะพูดปิดท้ายทุกครั้งไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนก็ตาม ปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงหรือ Sufficiency Economy Philosophy นั้น เป็นศาสตร์ที่เกิดการตกผลึกโดยแท้ เป็นส่วนผสมของ

การรู้จักตัวเอง คือ รู้ว่าชอบอะไร ทำอะไรได้ดี ประมาณได้ว่าอะไรขาดไปหรืออะไรเกินตัว การหาจุดพอดีของตัวเองได้นั้น จะช่วยให้เราไม่นำพาตนเองไปสู่จุดที่ลำบาก และมีความสุข

การมีภูมิคุ้มกัน คือ เมื่อปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง มีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายใน ก็สามารถดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็งและมั่นคง

การมีเหตุมีผล คือ ตัดสินใจอะไรบนพื้นฐานของความเป็นจริง เข้าใจเหตุ เข้าใจผล มีสติ ไม่ใช้อารมณ์วู่วาม ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลได้ผลเสียไว้ดีแล้ว

ทั้งสามส่วนจะถูกประคองด้วยการมีความรู้ คือ ทำอะไรต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง ให้ถ่องแท้จนเกิดความเข้าใจและเชี่ยวชาญ และที่สำคัญที่สุด ต้องมีคุณธรรมนำทางเสมอ ทำอะไรต้องคิดผลที่ตามมาต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งมั่นบนความสุจริต ยุติธรรม

ในความพอดีนั้นจะนำไปสู่ความสมดุลของชีวิต ไม่สุดโต่ง แต่ไม่ขาดแคลน มีเท่าที่จำเป็น ใช้เท่าที่จำเป็น พอสำหรับแต่ละคน และที่สำคัญ ดี ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอบข้าง ไม่เบียดเบียนใคร

ตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่เหลือในชีวิตถ่ายทอดและลงมือปฏิบัติตามปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพื่อในหลวงเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว พระองค์ท่านต้องการให้เรานำแนวคิดนี้มาใช้ เพื่อให้ดูแลตัวเองได้ เมื่อทุกคนดูแลตัวเองได้ สังคมจะแข็งแรง

ในหลวงของฉัน ทรงเป็นปราชญ์โดยแท้
#รักในหลวง #คิดถึงในหลวง #ตามรอยในหลวง

ปล. ในภาพไม่ใช่ปรัญชาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงต้นฉบับ เป็นโมเดลที่ผมเชื่อมโยง BRANDing4.0 เข้าไปเพื่ออธิบายว่าทำไม ยุค 4.0 จึงเป็นยุคแห่งความพอเพียงอย่างแท้จริง

Credit Pic: Chumchon Music

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น