วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้สัมภาษณ์นิตยสาร ‘แนชั่นแนลจิโอกราฟฟิก’ ในปี ๒๕๒๕ ความตอนหนึ่งว่า " เมื่อข้าพเจ้าจะมารับหน้าที่นี้เมื่อสามสิบหกปีล่วงมาแล้วนั้น ข้าพเจ้าอายุเพียงแค่ ๑๘ ปี เวลานั้นทุกอย่างดูทรุดโทรมไปหมด เก้าอี้และพรมขาดเป็นรู พื้นแตกคร่ำคร่า วังทั้งวังเกือบจะพังลงมา เวลานั้นสงครามโลกเพิ่งสิ้นสุดลง ไม่มีใครสนใจอะไรใครทั้งสิ้น ข้าพเจ้าต้องค่อยๆ ก่อสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ใช้วิธีทุบทิ้ง ข้าพเจ้าค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อย เป็นเวลา ๓๖ ปีเข้าไปแล้ว ดังนั้นเราอาจเรียกรัชกาลนี้ ได้กระมังว่า 'รัชกาลแห่งการปฏิรูป'ขนบธรรมเนียมเก่าแก่ถูกรักษาไว้ และเปลี่ยนแปรมาโดยลำดับ เราเรียนรู้และได้ประสบการณ์ว่า ขนบประเพณีดั้งเดิม อาจนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อชีวิตในปัจจุบันและอนาคต..." "เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า ราชอาณาจักรนั้น เปรียบเสมือนพีรามิด มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้า ต้องปวดคอ และบริเวณไหล่อยู่เสมอ" Cr.ธรรมะ 30 วิ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้พระราชทานให้สัมภาษณ์นิตยสาร ‘แนชั่นแนลจิโอกราฟฟิก’ ในปี ๒๕๒๕ ความตอนหนึ่งว่า

" เมื่อข้าพเจ้าจะมารับหน้าที่นี้เมื่อสามสิบหกปีล่วงมาแล้วนั้น  ข้าพเจ้าอายุเพียงแค่ ๑๘ ปี เวลานั้นทุกอย่างดูทรุดโทรมไปหมด เก้าอี้และพรมขาดเป็นรู พื้นแตกคร่ำคร่า วังทั้งวังเกือบจะพังลงมา  เวลานั้นสงครามโลกเพิ่งสิ้นสุดลง ไม่มีใครสนใจอะไรใครทั้งสิ้น

ข้าพเจ้าต้องค่อยๆ ก่อสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ใช้วิธีทุบทิ้ง ข้าพเจ้าค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อย เป็นเวลา ๓๖ ปีเข้าไปแล้ว

ดังนั้นเราอาจเรียกรัชกาลนี้ ได้กระมังว่า 'รัชกาลแห่งการปฏิรูป'ขนบธรรมเนียมเก่าแก่ถูกรักษาไว้ และเปลี่ยนแปรมาโดยลำดับ

เราเรียนรู้และได้ประสบการณ์ว่า ขนบประเพณีดั้งเดิม
อาจนำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อชีวิตในปัจจุบันและอนาคต..."

"เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า ราชอาณาจักรนั้น เปรียบเสมือนพีรามิด มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้า ต้องปวดคอ และบริเวณไหล่อยู่เสมอ"

Cr.ธรรมะ 30 วิ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น