วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป...Paris เริ่มแล้ว! เปลี่ยน 'รถ' ทั้งหมดในปารีสเป็น 'รถไฟฟ้า' . “มันคือการวางแผนระยะยาวเพื่อลดการใช้ก๊าซเรือนกระจก” . ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันโอลิมปิกปี 2024 และเป็นเจ้าภาพในการจัดทำข้อตกลงทั่วโลกเกี่ยวกับนโยบายควบคุมภาวะโลกร้อน โดยมีการตั้งเป้าเลิกใช้รถยนต์ดีเซลให้หมดในช่วงแข่งกีฬาโอลิมปิกนี่เอง . นอกจากการประกาศเป้าหมาย ทางศาลาว่าการก็ได้จัดตั้งเขตปลอดรถยนต์ คาร์ฟรีเดย์ และเก็บค่าปรับสำหรับผู้ใช้รถที่มีอายุเกิน 20 ปี แม้ว่าจะไม่ได้ห้ามตรงๆแต่นั่นก็ถือเป็นการกำหนดระยะเวลาแล้วว่า ในที่สุดกรุงปารีสก็จะเป็นเมืองที่ไม่มีรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปจริงๆ . ฝรั่งเศสมีรถยนต์ในครัวเรือนกว่า 32 ล้านคัน ในขณะที่ประชากรในประเทศมี 66 ล้านคนอิงจากการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2016 ซึ่งชาวปารีสส่วนมากไม่มีรถ พวกเขาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะที่กระจายตัวอยู่ภายในเมือง และบริการรถยนต์ไฮบริดให้เช่า นั่นรวมถึงสกูตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ด้วย เหตุผลนั้นเองที่ทำให้ง่ายต่อการควบคุมปริมาณรถยนต์ . ปารีสเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆเมืองที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนี้ อีกที่หนึ่งที่กำลังมีกระแสคือในประเทศจีน หนึ่งในประเทศที่ก่อมลภาวะมากที่สุดรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการประกาศมาอย่างชัดเจนแล้วว่าจะมีการหาแนวทางเพื่อยกเลิกการใช้งานรถยนต์ที่ใช้พลังงานฟอสซิลเช่นกัน . แม้ว่าจะยากและใช้เวลานานแต่ก็มีการเริ่มต้นกันไปบ้างแล้วสำหรับความเปลี่ยนแปลงในการใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆทั่วโลก . คงต้องจับตากันต่อไปว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตามประเทศอื่นบ้างหรือไม่ . #electriccar #energy #business #paris #News #NextEmpire

ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป...Paris เริ่มแล้ว!
เปลี่ยน 'รถ' ทั้งหมดในปารีสเป็น 'รถไฟฟ้า'
.
“มันคือการวางแผนระยะยาวเพื่อลดการใช้ก๊าซเรือนกระจก”
.
ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันโอลิมปิกปี 2024 และเป็นเจ้าภาพในการจัดทำข้อตกลงทั่วโลกเกี่ยวกับนโยบายควบคุมภาวะโลกร้อน โดยมีการตั้งเป้าเลิกใช้รถยนต์ดีเซลให้หมดในช่วงแข่งกีฬาโอลิมปิกนี่เอง
.
นอกจากการประกาศเป้าหมาย ทางศาลาว่าการก็ได้จัดตั้งเขตปลอดรถยนต์ คาร์ฟรีเดย์ และเก็บค่าปรับสำหรับผู้ใช้รถที่มีอายุเกิน 20 ปี แม้ว่าจะไม่ได้ห้ามตรงๆแต่นั่นก็ถือเป็นการกำหนดระยะเวลาแล้วว่า ในที่สุดกรุงปารีสก็จะเป็นเมืองที่ไม่มีรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปจริงๆ
.
ฝรั่งเศสมีรถยนต์ในครัวเรือนกว่า 32 ล้านคัน ในขณะที่ประชากรในประเทศมี 66 ล้านคนอิงจากการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2016 ซึ่งชาวปารีสส่วนมากไม่มีรถ พวกเขาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะที่กระจายตัวอยู่ภายในเมือง และบริการรถยนต์ไฮบริดให้เช่า นั่นรวมถึงสกูตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ด้วย เหตุผลนั้นเองที่ทำให้ง่ายต่อการควบคุมปริมาณรถยนต์
.
ปารีสเป็นเพียงหนึ่งในหลายๆเมืองที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนี้ อีกที่หนึ่งที่กำลังมีกระแสคือในประเทศจีน หนึ่งในประเทศที่ก่อมลภาวะมากที่สุดรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการประกาศมาอย่างชัดเจนแล้วว่าจะมีการหาแนวทางเพื่อยกเลิกการใช้งานรถยนต์ที่ใช้พลังงานฟอสซิลเช่นกัน
.
แม้ว่าจะยากและใช้เวลานานแต่ก็มีการเริ่มต้นกันไปบ้างแล้วสำหรับความเปลี่ยนแปลงในการใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆทั่วโลก
.
คงต้องจับตากันต่อไปว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตามประเทศอื่นบ้างหรือไม่
.
#electriccar #energy #business #paris #News #NextEmpire

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น