วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2500 จรวดลำหนึ่งพุ่งขึ้นจากฐานที่คาซัคสถาน (ส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น) ฝ่าชั้นบรรยากาศโลก ปล่อยวัตถุหนัก 184 ปอนด์สู่ห้วงอวกาศ มันโคจรรอบโลกครบหนึ่งรอบในเวลาเก้าสิบนาที เป็นดาวเทียมดวงแรกของโลก นาม สปุตนิก 1 สิ่งประดิษฐ์ที่เคยเป็นเพียงฝันของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ หนังสือพิมพ์ลงข่าว "Reds Orbit Artificial Moon" และ "Soviet Satellite Circles Globe Every 90 Minutes" อเมริกันช็อกอย่างรุนแรง ผู้ที่ตกใจกับข่าวนี้มากที่สุดคือชนชั้นปกครองในวอชิงตัน พวกเขารู้ว่าใครก็ตามที่ครองอวกาศจะครองโลก ช่วงนั้นสงครามเย็นระหว่างเสรีนิยมตะวันตกกับโลกคอมมิวนิสต์เริ่มมาแล้วหลายปี การโคจรของดาวเทียมดวงแรกของรัสเซียเป็นการตบหน้าอเมริกาอย่างแรง บัดดลสงครามเย็นก็เปิดสนามการรบแห่งใหม่ นั่นคือเหนือชั้นบรรยากาศโลก …………. ฝ่ายอเมริกันจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างโดยเร็วที่สุด พวกเขาจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป้าหมาย : ส่งจรวดออกไปนอกโลกเช่นเดียวกับพวกรัสเซีย กำหนดเวลา : ด่วนที่สุด ก่อนที่พวกโซเวียตสามารถพัฒนาขีปนาวุธติดดาวเทียม ทว่าจรวดหลายลำของอเมริกาในช่วงหลายปีนั้นไม่เคยทะยานพ้นชั้นบรรยากาศโลก ความล้มเหลวของพวกเขาถูกตอกย้ำด้วยการที่ ยูริ กาการิน กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ขึ้นไปโคจรรอบโลกสำเร็จในเวลาไม่นานต่อมา อเมริกาสิ้นหวัง! ทว่าสิ่งที่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ กระทำกลับยิ่งทำให้คนในองค์การนาซาตาค้าง เขากล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาสูงในวันที่ 25 พฤษภาคม 2504 ว่า "...ข้าพเจ้าเชื่อว่าประเทศนี้สมควรรับภาระที่จะบรรลุเป้าหมายก่อนสิ้นทศวรรษนี้ ส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ และกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัย ไม่มีโครงการอวกาศใดในช่วงเวลานี้ที่น่าทึ่งสำหรับมนุษยชาติและสำคัญต่อการสำรวจอวกาศในระยะยาว และไม่มีโครงการใดที่ยากเย็นและแพงในการบรรลุเป้านี้..." คนในนาซาตะลึง เพราะลำพังนำคนขึ้นวงโคจรยังทำไม่ได้ มิพักเอ่ยถึงคำว่า ดวงจันทร์ และเส้นตายที่น้อยกว่าสิบปี …………. ผมทำงานสร้างสรรค์มาหลายปี บ่อยครั้งได้ยินคำถามว่า "คุณคิดงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างไร?" หลายครั้งงานสร้างสรรค์ที่ดูยากเย็นกลับสำเร็จในเวลาอันสั้น ในกำหนดเวลาเส้นตายที่แสนจำกัด ทำได้อย่างไร? สมองเป็นอวัยวะที่แปลกอย่างหนึ่ง มันชอบความท้าทาย แต่เจ้าของสมองมักไม่ชอบ กลัวว่าหากใช้งานมันมาก สมองจะบอบช้ำ ในความจริงกลับตรงข้าม สมองยิ่งใช้คิดในเรื่องท้าทายและสร้างสรรค์กลับยิ่งทำงานดี ลองให้มันทำหลาย ๆ เรื่อง มันก็ทำได้ โจทย์ยิ่งยาก ยิ่งท้าทายความคิด เด็กออทิสติกพิสูจน์ว่า สมองคนเราทำอะไรต่ออะไรได้มากกว่าที่เรารู้ และไม่น่าเชื่อ เคนเนดี้จึงกล่าวว่า "เราเลือกไปดวงจันทร์ในทศวรรษนี้และทำเรื่องต่าง ๆ มิใช่เพราะมันง่าย แต่เพราะมันยาก" เพราะมนุษย์ทำอะไร ๆ ก็ได้ หากถูกกดดันพอเหมาะ การค้นพบ สิ่งประดิษฐ์ และภารกิจยากเย็นหลายเรื่องของมนุษยชาติล้วนเคยเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้มาก่อนทั้งสิ้น การที่มนุษย์วิ่งนำหน้าสัตว์โลกชนิดอื่น ทั้งที่มีสรีระอันอ่อนแอกว่า ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่แรก สมองของคนเราใหญ่กว่าของควาย ทำอะไรก็อย่าให้อายมัน ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงส่งมาบวกเลขเพียงสองหลักเท่ากับดูถูกมัน คิดในเรื่องสร้างสรรค์ เรื่องดี เรื่องมงคล ตรงกันข้าม หลายคนกลับใช้สมองไปในทางไร้สาระ หาเรื่องกลั่นแกล้งโกงคนอื่น คิดค้นวิธีฆ่าแกงกัน สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ลบคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ออกจากหัวของคุณก่อน …………. ยานอวกาศของอเมริกาโคจรรอบดวงจันทร์กลางห้วงมืด ไม่นานต่อมายานลูกก็แยกตัวออกไปจอดบนพื้นผิวโลกใหม่ มนุษย์สองคนก้าวลงมาแตะพื้นดวงจันทร์ วันนั้นคือ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 หนึ่งปีก่อนเส้นตายตามคำท้าทายของเคนเนดี้ วินทร์ เลียววาริณ

ในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2500 จรวดลำหนึ่งพุ่งขึ้นจากฐานที่คาซัคสถาน (ส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในเวลานั้น) ฝ่าชั้นบรรยากาศโลก ปล่อยวัตถุหนัก 184 ปอนด์สู่ห้วงอวกาศ มันโคจรรอบโลกครบหนึ่งรอบในเวลาเก้าสิบนาที

เป็นดาวเทียมดวงแรกของโลก นาม สปุตนิก 1 สิ่งประดิษฐ์ที่เคยเป็นเพียงฝันของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์

หนังสือพิมพ์ลงข่าว "Reds Orbit Artificial Moon" และ "Soviet Satellite Circles Globe Every 90 Minutes"

อเมริกันช็อกอย่างรุนแรง ผู้ที่ตกใจกับข่าวนี้มากที่สุดคือชนชั้นปกครองในวอชิงตัน พวกเขารู้ว่าใครก็ตามที่ครองอวกาศจะครองโลก

ช่วงนั้นสงครามเย็นระหว่างเสรีนิยมตะวันตกกับโลกคอมมิวนิสต์เริ่มมาแล้วหลายปี การโคจรของดาวเทียมดวงแรกของรัสเซียเป็นการตบหน้าอเมริกาอย่างแรง

บัดดลสงครามเย็นก็เปิดสนามการรบแห่งใหม่ นั่นคือเหนือชั้นบรรยากาศโลก

………….

ฝ่ายอเมริกันจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างโดยเร็วที่สุด พวกเขาจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป้าหมาย : ส่งจรวดออกไปนอกโลกเช่นเดียวกับพวกรัสเซีย กำหนดเวลา : ด่วนที่สุด ก่อนที่พวกโซเวียตสามารถพัฒนาขีปนาวุธติดดาวเทียม

ทว่าจรวดหลายลำของอเมริกาในช่วงหลายปีนั้นไม่เคยทะยานพ้นชั้นบรรยากาศโลก ความล้มเหลวของพวกเขาถูกตอกย้ำด้วยการที่ ยูริ กาการิน กลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ขึ้นไปโคจรรอบโลกสำเร็จในเวลาไม่นานต่อมา

อเมริกาสิ้นหวัง!

ทว่าสิ่งที่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ กระทำกลับยิ่งทำให้คนในองค์การนาซาตาค้าง

เขากล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาสูงในวันที่ 25 พฤษภาคม 2504 ว่า

"...ข้าพเจ้าเชื่อว่าประเทศนี้สมควรรับภาระที่จะบรรลุเป้าหมายก่อนสิ้นทศวรรษนี้ ส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ และกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัย ไม่มีโครงการอวกาศใดในช่วงเวลานี้ที่น่าทึ่งสำหรับมนุษยชาติและสำคัญต่อการสำรวจอวกาศในระยะยาว และไม่มีโครงการใดที่ยากเย็นและแพงในการบรรลุเป้านี้..."

คนในนาซาตะลึง เพราะลำพังนำคนขึ้นวงโคจรยังทำไม่ได้ มิพักเอ่ยถึงคำว่า ดวงจันทร์ และเส้นตายที่น้อยกว่าสิบปี

………….

ผมทำงานสร้างสรรค์มาหลายปี บ่อยครั้งได้ยินคำถามว่า "คุณคิดงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างไร?"

หลายครั้งงานสร้างสรรค์ที่ดูยากเย็นกลับสำเร็จในเวลาอันสั้น ในกำหนดเวลาเส้นตายที่แสนจำกัด

ทำได้อย่างไร?

สมองเป็นอวัยวะที่แปลกอย่างหนึ่ง มันชอบความท้าทาย แต่เจ้าของสมองมักไม่ชอบ กลัวว่าหากใช้งานมันมาก สมองจะบอบช้ำ

ในความจริงกลับตรงข้าม สมองยิ่งใช้คิดในเรื่องท้าทายและสร้างสรรค์กลับยิ่งทำงานดี ลองให้มันทำหลาย ๆ เรื่อง มันก็ทำได้

โจทย์ยิ่งยาก ยิ่งท้าทายความคิด

เด็กออทิสติกพิสูจน์ว่า สมองคนเราทำอะไรต่ออะไรได้มากกว่าที่เรารู้ และไม่น่าเชื่อ

เคนเนดี้จึงกล่าวว่า "เราเลือกไปดวงจันทร์ในทศวรรษนี้และทำเรื่องต่าง ๆ มิใช่เพราะมันง่าย แต่เพราะมันยาก"

เพราะมนุษย์ทำอะไร ๆ ก็ได้ หากถูกกดดันพอเหมาะ

การค้นพบ สิ่งประดิษฐ์ และภารกิจยากเย็นหลายเรื่องของมนุษยชาติล้วนเคยเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้มาก่อนทั้งสิ้น การที่มนุษย์วิ่งนำหน้าสัตว์โลกชนิดอื่น ทั้งที่มีสรีระอันอ่อนแอกว่า ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้แต่แรก

สมองของคนเราใหญ่กว่าของควาย ทำอะไรก็อย่าให้อายมัน

ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงส่งมาบวกเลขเพียงสองหลักเท่ากับดูถูกมัน

คิดในเรื่องสร้างสรรค์ เรื่องดี เรื่องมงคล ตรงกันข้าม หลายคนกลับใช้สมองไปในทางไร้สาระ หาเรื่องกลั่นแกล้งโกงคนอื่น คิดค้นวิธีฆ่าแกงกัน

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ลบคำว่า "เป็นไปไม่ได้" ออกจากหัวของคุณก่อน

………….

ยานอวกาศของอเมริกาโคจรรอบดวงจันทร์กลางห้วงมืด ไม่นานต่อมายานลูกก็แยกตัวออกไปจอดบนพื้นผิวโลกใหม่

มนุษย์สองคนก้าวลงมาแตะพื้นดวงจันทร์

วันนั้นคือ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 หนึ่งปีก่อนเส้นตายตามคำท้าทายของเคนเนดี้

วินทร์ เลียววาริณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น