วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เคธี เคิร์กแพตทริก นักศึกษาชาวอเมริกันวัยยี่สิบเอ็ด ต้องยุติการเรียนกลางคัน เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปอดและเนื้องอกในสมอง เคธีผ่านวันเวลาด้วยยา สารเคมี และมอร์ฟีนแก้ปวด มะเร็งร้ายที่ปอดทำให้เธอหายใจไม่สะดวก ต้องพึ่งถังออกซิเจนตลอดเวลา นิก กูดวิน คนรักมาเยี่ยมเธอบ่อย ๆ บางวันก็เฝ้ารอเธอขณะที่กำลังทำคีโมเธอราพีจนเผลอหลับไป ทั้งสองรักกันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม แต่ความฝันที่จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตสูญสิ้น เพราะเธอกำลังจะตาย ทว่าขณะที่ร่างกายเธอกำลังจะดับ จิตใจเธอยังมองด้านสว่างของชีวิต วันหนึ่งเธอถามเขาแบบทีเล่นทีจริงว่า “จะแต่งงานกับฉันไหม?” เขาตอบทันทีว่า “ตกลง” พิธีแต่งงานเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2005 ในโบสถ์แห่งหนึ่ง พ่อแม่ญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน เคธีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแบบเรียบ น้ำหนักเธอลดมากจนชุดเจ้าสาวหลวม ต้องปรับแก้ใหม่หลายครั้ง แต่ในวันแต่งงาน เธอก็งดงามในชุดเจ้าสาว เป็นภาพการแต่งงานที่ประหลาดเมื่อเจ้าสาวสวมท่อออกซิเจนตลอดเวลา มีถังออกซิเจนผูกโบว์ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เธอฟังเพลงที่เพื่อน ๆ ร้อง เสียงหัวเราะของเธอกังวานอย่างมีความสุข เมื่อเหนื่อยและปวด เธอก็นั่งพัก ห้าวันหลังจากแต่งงานเคธีก็จากโลกไป เป็นห้าวันสุดท้ายที่ชีวิตมิได้เงียบเหงาหรือทุกข์ระทมอย่างคนไข้อื่น ๆ จำนวนมากที่ถูกกำหนดให้เดิน นี่ไม่ใช่คู่รักคู่เดียวในโลกที่แต่งงานกันขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังจะตาย โลกเป็นประจักษ์พยานการใช้ชีวิตแบบ ‘สุขขณะอยู่ในความทุกข์’ มามาก เป็นบทพิสูจน์ว่าสุขทุกข์นั้นขึ้นกับเราเอง ในห้วงยามแห่งทุกข์ก็สามารถสุขได้ ยากจนก็ยิ้มได้ หิวข้าวก็ยิ้มได้ เป็นโรคร้ายก็ยังยิ้มได้ ความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นได้เฉพาะในโอกาสที่เหมาะสมกับความสุข ความสุขเกิดขึ้นในเวลาที่เราเปิดโอกาสให้ความทุกข์กลายเป็นความสุข ชีวิตก็คือขนมสอดไส้ ความสุขซ่อนอยู่ภายในความทุกข์รอเราค้นหาและแตะต้องมัน แม้ยามที่ชีวิตกำลังทนทุกข์ทรมาน Cr. วินทร์ เลียวาริณ

เคธี เคิร์กแพตทริก นักศึกษาชาวอเมริกันวัยยี่สิบเอ็ด ต้องยุติการเรียนกลางคัน เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปอดและเนื้องอกในสมอง

เคธีผ่านวันเวลาด้วยยา สารเคมี และมอร์ฟีนแก้ปวด มะเร็งร้ายที่ปอดทำให้เธอหายใจไม่สะดวก ต้องพึ่งถังออกซิเจนตลอดเวลา

นิก กูดวิน คนรักมาเยี่ยมเธอบ่อย ๆ บางวันก็เฝ้ารอเธอขณะที่กำลังทำคีโมเธอราพีจนเผลอหลับไป ทั้งสองรักกันมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม แต่ความฝันที่จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตสูญสิ้น เพราะเธอกำลังจะตาย ทว่าขณะที่ร่างกายเธอกำลังจะดับ จิตใจเธอยังมองด้านสว่างของชีวิต

วันหนึ่งเธอถามเขาแบบทีเล่นทีจริงว่า “จะแต่งงานกับฉันไหม?” เขาตอบทันทีว่า “ตกลง”

พิธีแต่งงานเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2005 ในโบสถ์แห่งหนึ่ง พ่อแม่ญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน เคธีสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแบบเรียบ น้ำหนักเธอลดมากจนชุดเจ้าสาวหลวม ต้องปรับแก้ใหม่หลายครั้ง แต่ในวันแต่งงาน เธอก็งดงามในชุดเจ้าสาว

เป็นภาพการแต่งงานที่ประหลาดเมื่อเจ้าสาวสวมท่อออกซิเจนตลอดเวลา มีถังออกซิเจนผูกโบว์ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เธอฟังเพลงที่เพื่อน ๆ ร้อง เสียงหัวเราะของเธอกังวานอย่างมีความสุข เมื่อเหนื่อยและปวด เธอก็นั่งพัก

ห้าวันหลังจากแต่งงานเคธีก็จากโลกไป เป็นห้าวันสุดท้ายที่ชีวิตมิได้เงียบเหงาหรือทุกข์ระทมอย่างคนไข้อื่น ๆ จำนวนมากที่ถูกกำหนดให้เดิน

นี่ไม่ใช่คู่รักคู่เดียวในโลกที่แต่งงานกันขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังจะตาย โลกเป็นประจักษ์พยานการใช้ชีวิตแบบ ‘สุขขณะอยู่ในความทุกข์’ มามาก เป็นบทพิสูจน์ว่าสุขทุกข์นั้นขึ้นกับเราเอง

ในห้วงยามแห่งทุกข์ก็สามารถสุขได้ ยากจนก็ยิ้มได้ หิวข้าวก็ยิ้มได้ เป็นโรคร้ายก็ยังยิ้มได้

ความสุขไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นได้เฉพาะในโอกาสที่เหมาะสมกับความสุข ความสุขเกิดขึ้นในเวลาที่เราเปิดโอกาสให้ความทุกข์กลายเป็นความสุข

ชีวิตก็คือขนมสอดไส้ ความสุขซ่อนอยู่ภายในความทุกข์รอเราค้นหาและแตะต้องมัน แม้ยามที่ชีวิตกำลังทนทุกข์ทรมาน

Cr. วินทร์ เลียวาริณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น