วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

"คู่บอด" ชายหนุ่มตาบอดและหญิงสาวตาบอดเพิ่งพบรักกัน ข่าวจากวงการแพทย์ทำให้ทั้งสองทำข้อตกลงบางอย่างต่อกัน ว่ากันว่าความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ยุคใหม่จะสามารถผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาให้คนตาบอดมองเห็นได้อย่างคนปกติ แม้ตามสถิติจะยังทำได้แค่ 23 รายใน 100 ราย แต่คู่รักตาบอดคู่นี้ก็มีความหวัง ชายหนุ่มหญิงสาวตกลงกันว่าจะแต่งงานกันทันทีในวันที่ทั้งสองมองเห็นกัน ทั้งสองเริ่มศึกษาข้อมูลทางตำราและนิตยสารข่าวสารการแพทย์ หนังสือบันทึกเสียง หนังสืออักษรเบลที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนดวงตาแทบทุกเล่มจะถูกคู่รักตาบอดคู่นี้อ่านอย่างละเอียด ทุกเย็นทั้งสองจะเดินจูงมือกันไปยังห้องสมุดอักษรเบล คนเดินนำหน้าจะใช้ไม้เท้าคลำทาง ทั้งสองก็จะผลัดกันที่จะเดินนำคลำทาง บางวันเราจึงเห็นผู้ชายเดินนำ และบางวันก็จะเห็นผู้หญิงเดินนำ ทุกวันเสาร์ ถ้าเป็นไปได้ทั้งสองจะนัดเข้าไปคุยกับหมอหรือพยาบาลที่เชี่ยวชาญและทำงานด้านดวงตา หญิงสาวชวนชายหนุ่มให้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อจะได้คุยกับหมอฝรั่งและอ่านหนังสือฝรั่งได้คล่องขึ้น ดังนั้นในวันอาทิตย์แทบทั้งวัน ทั้งสองจึงต้องนั่งเรียนกับครูฝรั่งที่บ้านของฝ่ายชาย แม้จะตาบอด แต่ชายหนุ่มเป็นคนทำอาหารเก่ง และในวันอาทิตย์ที่คร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาอังกฤษ ทั้งสองจึงมักช่วยกันทำอาหารไทยเลี้ยงครูฝรั่ง หลายครั้งที่มีใครพูดถึงการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นประสาทตา คู่รักตาบอดก็มิได้นิ่งเฉย ทั้งสองทดลองเข้าคอร์สฝังเข็มกับหมอจีนชื่อดังจากไต้หวัน แม้คลินิกของหมอจีนจะอยู่ไกลถึงบางประกง แต่ทั้งสองก็ยังเพียรพยายามจูงมือกันขึ้นรถไฟฟ้า ไปต่อรถ บ.ข.สไปยังที่นั่น ผ่านวันผ่านเดือน ด้วยความยังไม่พร้อมของร่างกาย เบ้าตา และดวงตาที่ผู้บริจาคยังมาไม่ถึง ทั้งสองจึงยังไม่ได้เข้าผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา ปลายปีนั้นเอง ทั้งสองก็เข้าพิธีแต่งงานกัน เจ้าสาวถูกถามจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพื่อนของเธอถามถึงเหตุผลในการแต่งงาน ทั้งๆที่ทั้งสองก็ยังไม่ได้ผ่าตัดดวงตา เธอตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ก็เรามองเห็นกันแล้วนี่ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามองเห็นกันอย่างชัดเจนเลยละ” .................................. Cr.ประภาส ชลศรานนท์

"คู่บอด"

ชายหนุ่มตาบอดและหญิงสาวตาบอดเพิ่งพบรักกัน

ข่าวจากวงการแพทย์ทำให้ทั้งสองทำข้อตกลงบางอย่างต่อกัน ว่ากันว่าความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ยุคใหม่จะสามารถผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาให้คนตาบอดมองเห็นได้อย่างคนปกติ
แม้ตามสถิติจะยังทำได้แค่ 23 รายใน 100 ราย

แต่คู่รักตาบอดคู่นี้ก็มีความหวัง ชายหนุ่มหญิงสาวตกลงกันว่าจะแต่งงานกันทันทีในวันที่ทั้งสองมองเห็นกัน

ทั้งสองเริ่มศึกษาข้อมูลทางตำราและนิตยสารข่าวสารการแพทย์
หนังสือบันทึกเสียง หนังสืออักษรเบลที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนดวงตาแทบทุกเล่มจะถูกคู่รักตาบอดคู่นี้อ่านอย่างละเอียด

ทุกเย็นทั้งสองจะเดินจูงมือกันไปยังห้องสมุดอักษรเบล คนเดินนำหน้าจะใช้ไม้เท้าคลำทาง ทั้งสองก็จะผลัดกันที่จะเดินนำคลำทาง บางวันเราจึงเห็นผู้ชายเดินนำ และบางวันก็จะเห็นผู้หญิงเดินนำ

ทุกวันเสาร์ ถ้าเป็นไปได้ทั้งสองจะนัดเข้าไปคุยกับหมอหรือพยาบาลที่เชี่ยวชาญและทำงานด้านดวงตา หญิงสาวชวนชายหนุ่มให้เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเพื่อจะได้คุยกับหมอฝรั่งและอ่านหนังสือฝรั่งได้คล่องขึ้น ดังนั้นในวันอาทิตย์แทบทั้งวัน ทั้งสองจึงต้องนั่งเรียนกับครูฝรั่งที่บ้านของฝ่ายชาย

แม้จะตาบอด แต่ชายหนุ่มเป็นคนทำอาหารเก่ง และในวันอาทิตย์ที่คร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาอังกฤษ ทั้งสองจึงมักช่วยกันทำอาหารไทยเลี้ยงครูฝรั่ง

หลายครั้งที่มีใครพูดถึงการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นประสาทตา คู่รักตาบอดก็มิได้นิ่งเฉย ทั้งสองทดลองเข้าคอร์สฝังเข็มกับหมอจีนชื่อดังจากไต้หวัน แม้คลินิกของหมอจีนจะอยู่ไกลถึงบางประกง แต่ทั้งสองก็ยังเพียรพยายามจูงมือกันขึ้นรถไฟฟ้า ไปต่อรถ บ.ข.สไปยังที่นั่น

ผ่านวันผ่านเดือน ด้วยความยังไม่พร้อมของร่างกาย เบ้าตา และดวงตาที่ผู้บริจาคยังมาไม่ถึง ทั้งสองจึงยังไม่ได้เข้าผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา

ปลายปีนั้นเอง ทั้งสองก็เข้าพิธีแต่งงานกัน

เจ้าสาวถูกถามจากเพื่อนสนิทคนหนึ่ง เพื่อนของเธอถามถึงเหตุผลในการแต่งงาน ทั้งๆที่ทั้งสองก็ยังไม่ได้ผ่าตัดดวงตา เธอตอบพร้อมรอยยิ้มว่า

“ก็เรามองเห็นกันแล้วนี่ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเรามองเห็นกันอย่างชัดเจนเลยละ”
..................................

Cr.ประภาส ชลศรานนท์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น