วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เรื่องดีๆ รับวันสตรีสากลครับ ตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ ชนิด against all odds คนหนึ่งคือ นาง อังเกล่า แมร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีหญิง แห่งสหพันธรัฐเยอรมนี ซึ่งนิตยสารไทม์ เพิ่งยกให้เธอเป็น “บุคคลแห่งปี 2015” ในฐานะผู้นำแห่งโลกเสรีผู้มีบทบาทสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาใหญ่ของยุโรปหลายเรื่อง เช่น วิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาผู้อพยพ จะมีใครทราบไหมว่าเธอเคยเป็นเด็กหญิง ขี้อายที่เติบโตมาอย่างเรียบง่ายในในครอบครัว ผู้สอนศาสนาในประเทศเยอรมันตะวันออก เด็กหญิงอังเกล่าเป็นเด็กใฝ่รู้ (ในภาพประกอบเธอถือหนังสืออยู่ในมือตั้งแต่อายุ 3 ขวบ) ทุ่มเทในการเรียน จบปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญในทฤษฎีที่ยากมาก อย่างทฤษฎีควอนตัมและสามารถพูดได้คล่องแคล่วถึง 3 ภาษา การก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองของเยอรมันตะวันตก ในฐานะผู้อพยพจากเยอรมันตะวันออก แถมยังเป็นสตรีในพรรคที่มีผู้บริหารเป็นชายล้วน อีกทั้งยังเป็นผู้นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ในพรรคการเมืองที่เคร่งในนิกายแคทอลิค ทำให้เธอต้องต่อสู้กับอุปสรรคอย่างหนัก นานับประการมาตลอดยี่สิบปี แต่แมร์เคิ่ลก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงทุ่มเททำงานหนักด้วยสติปัญญาอย่างเต็มที่จนได้รับการยอมรับ ปัจจุบันเธอได้รับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 แล้ว ไม่เพียงแต่ชนะการเลือกตั้ง เธอยังชนะใจคนเยอรมันด้วย พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้เธอด้วยความรักว่า “Mutti” หรือ “Mommy” ลองคิดกันเล่น ๆ ว่าชีวิตของแมร์เคิ่ลจะเป็นเช่นไรถ้าเธอยังมองตัวเองว่าเป็นเพียงเด็กหญิงขี้อายจากครอบครัวครูสอนศาสนาเล็ก ๆ ที่อพยพมาจากเยอรมันตะวันออก? การที่เธอก้าวขึ้นเป็นผู้นำและสามารถยื่นมือออกไปช่วยเหลือผู้คนที่เป็นทุกข์นับล้านคนได้ทุกวันนี้ก็เพราะเธอเอาชนะความขี้อายโดยการคิดบวกว่าเธอทำได้ แล้วก็ลงมือทำอย่างทุ่มเทจริงๆนั้นเอง Cr.เนื้อหาบางส่วนจากเรื่องดี ๆ จากดร.ณัชร

เรื่องดีๆ รับวันสตรีสากลครับ

ตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ
ชนิด against all odds คนหนึ่งคือ

นาง อังเกล่า แมร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีหญิง
แห่งสหพันธรัฐเยอรมนี  ซึ่งนิตยสารไทม์
เพิ่งยกให้เธอเป็น “บุคคลแห่งปี 2015”
ในฐานะผู้นำแห่งโลกเสรีผู้มีบทบาทสำคัญ
ในการแก้ไขปัญหาใหญ่ของยุโรปหลายเรื่อง  เช่น วิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาผู้อพยพ 

จะมีใครทราบไหมว่าเธอเคยเป็นเด็กหญิง
ขี้อายที่เติบโตมาอย่างเรียบง่ายในในครอบครัว
ผู้สอนศาสนาในประเทศเยอรมันตะวันออก
เด็กหญิงอังเกล่าเป็นเด็กใฝ่รู้  (ในภาพประกอบเธอถือหนังสืออยู่ในมือตั้งแต่อายุ 3 ขวบ)
ทุ่มเทในการเรียน จบปริญญาเอกด้านฟิสิกส์
โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญในทฤษฎีที่ยากมาก
อย่างทฤษฎีควอนตัมและสามารถพูดได้คล่องแคล่วถึง 3 ภาษา 

การก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองของเยอรมันตะวันตก ในฐานะผู้อพยพจากเยอรมันตะวันออก
แถมยังเป็นสตรีในพรรคที่มีผู้บริหารเป็นชายล้วน   อีกทั้งยังเป็นผู้นับถือนิกายโปรแตสแตนท์ในพรรคการเมืองที่เคร่งในนิกายแคทอลิค
ทำให้เธอต้องต่อสู้กับอุปสรรคอย่างหนัก
นานับประการมาตลอดยี่สิบปี 

แต่แมร์เคิ่ลก็ไม่เคยย่อท้อ  ยังคงทุ่มเททำงานหนักด้วยสติปัญญาอย่างเต็มที่จนได้รับการยอมรับ  ปัจจุบันเธอได้รับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 แล้ว  ไม่เพียงแต่ชนะการเลือกตั้ง เธอยังชนะใจคนเยอรมันด้วย  พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้เธอด้วยความรักว่า “Mutti” หรือ “Mommy”

ลองคิดกันเล่น ๆ ว่าชีวิตของแมร์เคิ่ลจะเป็นเช่นไรถ้าเธอยังมองตัวเองว่าเป็นเพียงเด็กหญิงขี้อายจากครอบครัวครูสอนศาสนาเล็ก ๆ ที่อพยพมาจากเยอรมันตะวันออก?  การที่เธอก้าวขึ้นเป็นผู้นำและสามารถยื่นมือออกไปช่วยเหลือผู้คนที่เป็นทุกข์นับล้านคนได้ทุกวันนี้ก็เพราะเธอเอาชนะความขี้อายโดยการคิดบวกว่าเธอทำได้ แล้วก็ลงมือทำอย่างทุ่มเทจริงๆนั้นเอง

Cr.เนื้อหาบางส่วนจากเรื่องดี ๆ จากดร.ณัชร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น