'ยันต์กันผีขี้ยืม' ใช้ปฏิเสธคนมาขอยืมเงิน!
เมื่อวันก่อน มีคนมาขอยืมเงินเพื่อนผู้แสนดี
ของครูเคท และเมื่อเขาไม่ให้ยืม
คนยืมก็พยายามพูดนู่นนี่ยกแม่น้ำทั้งห้า
จนเพื่อนครูเคทรู้สึกไม่ดีถ้าไม่ให้เขายืมเงิน
ครูเคทเลยร่างข้อความ ซึ่งเพื่อนเรียกว่า
“ยันต์กันผีขี้ยืม” ให้เขานำไปใช้
ปรากฏว่าได้ผลดี คุณผู้อ่านจะลองนำไปใช้
หรือจะต่อเติมอะไรให้เหมาะสม
กับคนชอบยืมเงินได้ตามใจค่ะ
“คุณ... (ที่จะยืมเงินคุณ)
ผมเห็นใจและเข้าใจความเดือนร้อนเรื่องเงิน
ของคุณดี ผมรู้ว่าคุณมีความจำเป็นจริงๆ
ที่ต้องใช้เงินตามที่ขอมา ผมอยากช่วยเหลือ
คุณจริงๆ แต่การให้คุณยืมเงิน
จะเป็นการทำร้ายคุณมากกว่าเป็นการช่วยเหลือ คุณอย่างที่คุณเข้าใจ
ผมขอตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาของคุณ โดยการหยิบยืมเงินจากคนอื่น นั่นคือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แบบผลักปัญหาออกไปจากตัวชั่วคราว เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุของปัญหายังคงมีอยู่ และจะอยู่กับคุณตลอดไป หากคุณไม่ยอมแก้ไขที่ต้นเหตุ
คุณอาจจะลืมมองไปว่าการแก้ปัญหา โดยการขอยืมเงินจากคนอื่น เป็นการผลักปัญหาของคุณเองไปให้คนอื่น เป็นการนำความเดือดร้อนไปให้คนที่เขามีความรู้สึกดีๆ หรือหวังดีกับคุณ ในที่สุดคุณจะค่อยๆ สูญเสียญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เขาหวังดีต่อคุณไปทีละน้อย จนวันหนึ่งคุณจะไม่เหลือใครเลยสักคน ในขณะเดียวกันความรู้สึกถึงศักดิ์ศรี และคุณค่าในตัวเองของคุณก็ถูกทำลายด้วยตัวของคุณเอง
ผมขออนุญาตเสนอแนะทางออกให้คุณ
ลองพิจารณาดูนะครับ
หยุดก่อหนี้เพิ่มทันทีในวันนี้และเดี๋ยวนี้ หยุดยืมเงินคนอื่น หากไม่หยุดคุณจะต้องติดอยู่กับความทุกข์ และปัญหาเรื่องเงินอย่างนี้เรื่อยไป และเป็นการบ่มเพาะนิสัยการหยิบยืมเงินคนจนติดเป็นนิสัย
ตั้งสติ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายตามความเป็นจริงของสถานการณ์ปัจจุบัน อย่ามโนคาดหวังถึงรายรับที่จับต้องไม่ได้ในอนาคต อย่าหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าจะมีรายรับเข้ามาเดือนหน้า ฯลฯ พยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สิ่งฟุ่มเฟือย การใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ อะไรที่ซื้อผ่อนอยู่ เช่น รถยนต์ ขายออกไปนำเงินมาใช้หนี้เขาก่อน ไม่มีรถใช้ก็ใช้แท็กซี่หรือบีทีเอสก็ได้ หากรู้สึกเสียหน้าเมื่อคนถามว่ารถหายไปไหนก็บอกว่าเกลียดรถติด หาที่จอดไม่ได้เลยมาแท็กซี่
หาทางเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอประนอมหนี้ หรือปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ เช่น ขอขยายระยะเวลาในการชำระหนี้ หรือขอลดจำนวนผ่อนชำระต่องวด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะทางการเงินที่เป็นจริงของคุณ ซึ่งคุณจะชำระหนี้ได้และไม่ต้องเหนื่อยอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้
ลองปรึกษาพูดคุยกับนักจิตวิทยา คำปรึกษาเพื่อการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม เพื่อการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน คุณจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในวังวนของปัญหาการเงินอย่างนี้เรื่อยไป
ขอให้คุณค่อยๆ ตั้งสติ มองตนเองและปัญหาของตนเองให้ชัดเจน ผมขอเอาใจช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาให้สำเร็จนะครับ...”
Cr : ครูเคท
เพจ www.facebook.com/kateinspirer
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น