วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผมชั่งใจอยู่นานก่อนจะเขียนเรื่องนี้ครับ แต่นี่คือเรื่องที่มีอยู่จริงในญี่ปุ่น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ ในขณะที่ญี่ปุ่นมีปัญหาฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก ในแวดวงการศึกษา เด็กนักเรียนมียอด การฆ่าตัวตายเพิ่มถึง 28% มีปัญหาการกลั่นแกล้งกัน ในโรงเรียนจนเป็นปัญหาระดับชาติ ...แต่บรรยากาศแบบนี้ยังมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่สอนนักเรียนให้รู้ถึง ความสำคัญของการมีชีวิต อยู่ "ชีวิตที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้" . อาจารย์ท่านนี้ชื่อว่า อาจารย์มานาเบะ อาจารย์แห่งโรงเรียนมัธยมปลาย Kurume Chikusui ในจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นผู้คิดค้นคลาสเรียนที่ไม่มีใครกล้าสอน คลาสเรียนที่ชื่อว่า "วิชาชีวิต" ที่ให้นักเรียนได้ดูแลชีวิตของไก่ตัวหนึ่ง ตั้งแต่ยังเป็นไข่ไก่ ฟักตัวเป็นลูกเจี๊ยบ จนเจริญเติบโตมาเป็นไก่ หลังจากนั้น ต้องชำแหละ เพื่อประกอบเป็นอาหารได้กินกัน อาจารย์มานาเบะได้สอนวิชานี้มามากกว่า 13 ปีแล้ว มีนักเรียนมากกว่า 400 คนที่ได้เรียนรู้ "ความสำคัญของชีวิต" จากคลาสนี้ . แน่นอนครับว่ามีคนต่อต้านอาจารย์ เป็นจำนวนมาก ว่าไม่โหด หรือไม่แย่ไปหรอ ที่ต้องให้นักเรียนต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย นักเรียนอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ใครจะไปรู้ครับว่า นี่แหละคือ "วิธีการให้เด็กได้เรียนรู้ความหมาย ของการมีชีวิต ได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง" เพราะมนุษย์ที่เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ได้ ก็มาจากสิ่งมีชีวิตอีกหลายประเภท ที่มาเป็นอาหารให้กับเรา เราต้องรู้จักเรียนรู้ ที่จะขอบคุณเขาเหล่านั้นเช่นกัน . อาจารย์เริ่มจากแจกไข่ไก่ให้นักเรียน คนละฟอง ให้เขียนชื่อไว้ที่เปลือกไข่ แล้วให้ทำหน้าที่เป็นพ่อหรือแม่ของลูกเจี๊ยบ ที่กำลังจะฟักตัว หลังจากที่ลูกเจี๊ยบฟักตัวแล้ว นักเรียนก็จะทำหน้าที่ดูแล จนลูกเจี๊ยบเติบใหญ่กลายเป็นไก่ที่แข็งแรง . มานาเบะก็อธิบายให้นักเรียนฟังว่า "รู้มั้ยเปลือกไข่คือหลักฐานของความพยายามของลูกเจี๊ยบ ที่ใช้เวลามากกว่า 20 ชม. พยายามที่จะออกมาดูโลกภายนอก ไข่บางฟองก็ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ เพราะลูกเจี๊ยบร่างกายแข็งแรงไม่เพียงพอ บางตัวต้องตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ออกมาดูโลก . ยังมีอีกหลายชีวิตที่อยากจะเกิด แต่ไม่มีโอกาสได้เกิด" จงจำไว้นะ . จุดพีคที่สุดของคลาสนี้คือหลังจากที่ไก่เติบใหญ่ พร้อมที่จะนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว อาจารย์จะให้นักเรียนผ่าตัดชำแหละ ชิ้นส่วนไก่ที่เลี้ยงมากับมือของตัวเอง โดยอาจารย์จะให้ตัวเลือกนักเรียน แค่สองข้อคือ 1. ให้พ่อค้าไปจัดการ 2. ชำแหละด้วยตัวเอง . แปลกนะครับที่...นักเรียนส่วนใหญ่ มักจะเลือกที่จะชำแหละด้วยมือของตัวเอง นักเรียนรู้สึกตัดสินใจยากยิ่งกว่าการตัดสินใจใดๆ ในชีวิต เพราะเราเลี้ยงเค้ามากับมือตัวเอง การให้พ่อค้าไปดำเนินการอาจจะง่าย ไม่ต้องทำใจมาก แต่ที่นักเรียนเลือกทำเอง เพราะว่าอยากจะดูแลไก่จนถึงวาระสุดท้าย . ระหว่างการย้ายไก่ไปสู่ห้องผ่าชำแหละ เป็นชั่วโมงที่ทำใจยากมากสำหรับนักเรียน หลายคน มานาเบะ กำลังสอนให้นักเรียนรู้จักถึง "ความเข้มแข็ง" เพราะนี่คือความจริงของชีวิต . นักเรียนจะถูกแบ่งเป็นทีม อุ้มไก่ที่ตัวเองดูแล อยู่กับอก จนถึงวินาทีที่ต้องพามันมาชำแหละ คนเลี้ยงจะรับหน้าที่ชำแหละด้วยตัวเอง ท่ามกลางเพื่อนๆ ในห้องที่จ้องมองอยู่ . หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทำใจไม่ได้ แต่มานาเบะก็สอนว่า "นี่แหละหนึ่งชีวิตที่สละให้มนุษย์ สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ นี่จะทำให้เราเห็นความสำคัญของชีวิต" และ "กิน" อย่างรู้คุณค่า . มนุษย์เราต้องกินเพื่อที่จะให้มีชีวิตอยู่ต่อไป ที่พวกเธอเติบโตแข็งแรงได้อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะมีคนที่คอยดูแลเลี้ยงดูพวกเธอเหมือนกัน (เหมือนกับที่พวกเธอดูแลไก่ ตั้งแต่ยังไม่ได้ฟักไข่ จนเติบใหญ่ และมีประโยชน์กับเราในวันนี้) ห้ามลืมนะ . เชื่อมั้ยครับ... ประสบการณ์นี้จะอยู่ในใจของเหล่านักเรียน ตลอดชีวิต จบม.ปลายไปแล้วหลายปี มีการรวมรุ่นและเชิญอาจารย์เข้ามาด้วย ศิษย์เก่าที่จบไปเล่าว่าความทรงจำที่ดีที่สุด ของเธอคือ ตอนที่ได้เลี้ยงไก่ในวิชาชีวิต . มีเด็กคนนึงเล่าในงานรวมรุ่นว่า "เธอตั้งท้องในขณะยังเรียนอยู่ มีคนรอบข้างบอกว่า ไม่่ควรจะมีลูกระหว่างเรียน ไปเอาเด็กออกดีมั้ย แต่เธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เพราะเธอได้เรียนรู้ความสำคัญ ของการมีชีวิตจากคลาสเรียนของอาจารย์แล้ว" . แม้วิชานี้อาจจะดูโหดไปหน่อยในสายตา หลายๆคน แต่วิชานี้ก็กลายเป็นภูมิต้านทานอันดี ให้นักเรียนของอาจารย์ มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง . ประสบการณ์แบบนี้สอนให้คนเรารู้จัก "เห็นคุณค่าของการได้เกิดมา" และ "เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่" . นี่แหละครับคืออาจารย์มานาเบะที่กล้าทำ "วิชาชีวิต" ขึ้นมาเพื่อเด็กๆอย่างแท้จริงครับ Cr.JapanSalaryman

ผมชั่งใจอยู่นานก่อนจะเขียนเรื่องนี้ครับ
แต่นี่คือเรื่องที่มีอยู่จริงในญี่ปุ่น
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ

ในขณะที่ญี่ปุ่นมีปัญหาฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก
ในแวดวงการศึกษา เด็กนักเรียนมียอด
การฆ่าตัวตายเพิ่มถึง 28%
มีปัญหาการกลั่นแกล้งกัน
ในโรงเรียนจนเป็นปัญหาระดับชาติ

...แต่บรรยากาศแบบนี้ยังมีอาจารย์ท่านหนึ่ง
ที่สอนนักเรียนให้รู้ถึง ความสำคัญของการมีชีวิต อยู่ "ชีวิตที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้"
.
อาจารย์ท่านนี้ชื่อว่า อาจารย์มานาเบะ
อาจารย์แห่งโรงเรียนมัธยมปลาย
Kurume Chikusui ในจังหวัดฟุกุโอกะ
เป็นผู้คิดค้นคลาสเรียนที่ไม่มีใครกล้าสอน
คลาสเรียนที่ชื่อว่า    "วิชาชีวิต"
ที่ให้นักเรียนได้ดูแลชีวิตของไก่ตัวหนึ่ง
ตั้งแต่ยังเป็นไข่ไก่ ฟักตัวเป็นลูกเจี๊ยบ จนเจริญเติบโตมาเป็นไก่ หลังจากนั้น ต้องชำแหละ
เพื่อประกอบเป็นอาหารได้กินกัน

อาจารย์มานาเบะได้สอนวิชานี้มามากกว่า
13 ปีแล้ว มีนักเรียนมากกว่า 400 คนที่ได้เรียนรู้
"ความสำคัญของชีวิต" จากคลาสนี้
.
แน่นอนครับว่ามีคนต่อต้านอาจารย์
เป็นจำนวนมาก ว่าไม่โหด หรือไม่แย่ไปหรอ
ที่ต้องให้นักเรียนต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
นักเรียนอาจจะไม่ชอบก็ได้
แต่ใครจะไปรู้ครับว่า นี่แหละคือ

"วิธีการให้เด็กได้เรียนรู้ความหมาย
ของการมีชีวิต ได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง"

เพราะมนุษย์ที่เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ได้
ก็มาจากสิ่งมีชีวิตอีกหลายประเภท
ที่มาเป็นอาหารให้กับเรา เราต้องรู้จักเรียนรู้
ที่จะขอบคุณเขาเหล่านั้นเช่นกัน
.
อาจารย์เริ่มจากแจกไข่ไก่ให้นักเรียน
คนละฟอง ให้เขียนชื่อไว้ที่เปลือกไข่
แล้วให้ทำหน้าที่เป็นพ่อหรือแม่ของลูกเจี๊ยบ
ที่กำลังจะฟักตัว หลังจากที่ลูกเจี๊ยบฟักตัวแล้ว นักเรียนก็จะทำหน้าที่ดูแล
จนลูกเจี๊ยบเติบใหญ่กลายเป็นไก่ที่แข็งแรง
.
มานาเบะก็อธิบายให้นักเรียนฟังว่า
"รู้มั้ยเปลือกไข่คือหลักฐานของความพยายามของลูกเจี๊ยบ ที่ใช้เวลามากกว่า 20 ชม.
พยายามที่จะออกมาดูโลกภายนอก
ไข่บางฟองก็ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้
เพราะลูกเจี๊ยบร่างกายแข็งแรงไม่เพียงพอ
บางตัวต้องตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ออกมาดูโลก
.
ยังมีอีกหลายชีวิตที่อยากจะเกิด
แต่ไม่มีโอกาสได้เกิด" จงจำไว้นะ
.
จุดพีคที่สุดของคลาสนี้คือหลังจากที่ไก่เติบใหญ่
พร้อมที่จะนำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว
อาจารย์จะให้นักเรียนผ่าตัดชำแหละ
ชิ้นส่วนไก่ที่เลี้ยงมากับมือของตัวเอง
โดยอาจารย์จะให้ตัวเลือกนักเรียน
แค่สองข้อคือ 1. ให้พ่อค้าไปจัดการ 2. ชำแหละด้วยตัวเอง
.
แปลกนะครับที่...นักเรียนส่วนใหญ่
มักจะเลือกที่จะชำแหละด้วยมือของตัวเอง
นักเรียนรู้สึกตัดสินใจยากยิ่งกว่าการตัดสินใจใดๆ ในชีวิต เพราะเราเลี้ยงเค้ามากับมือตัวเอง
การให้พ่อค้าไปดำเนินการอาจจะง่าย
ไม่ต้องทำใจมาก แต่ที่นักเรียนเลือกทำเอง
เพราะว่าอยากจะดูแลไก่จนถึงวาระสุดท้าย
.
ระหว่างการย้ายไก่ไปสู่ห้องผ่าชำแหละ
เป็นชั่วโมงที่ทำใจยากมากสำหรับนักเรียน
หลายคน มานาเบะ กำลังสอนให้นักเรียนรู้จักถึง "ความเข้มแข็ง"  เพราะนี่คือความจริงของชีวิต
.
นักเรียนจะถูกแบ่งเป็นทีม อุ้มไก่ที่ตัวเองดูแล
อยู่กับอก จนถึงวินาทีที่ต้องพามันมาชำแหละ
คนเลี้ยงจะรับหน้าที่ชำแหละด้วยตัวเอง
ท่ามกลางเพื่อนๆ ในห้องที่จ้องมองอยู่
.
หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทำใจไม่ได้
แต่มานาเบะก็สอนว่า

"นี่แหละหนึ่งชีวิตที่สละให้มนุษย์
สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้
นี่จะทำให้เราเห็นความสำคัญของชีวิต"
และ "กิน" อย่างรู้คุณค่า
.
มนุษย์เราต้องกินเพื่อที่จะให้มีชีวิตอยู่ต่อไป
ที่พวกเธอเติบโตแข็งแรงได้อยู่ทุกวันนี้
ก็เพราะมีคนที่คอยดูแลเลี้ยงดูพวกเธอเหมือนกัน
(เหมือนกับที่พวกเธอดูแลไก่
ตั้งแต่ยังไม่ได้ฟักไข่ จนเติบใหญ่
และมีประโยชน์กับเราในวันนี้)
ห้ามลืมนะ
.
เชื่อมั้ยครับ...
ประสบการณ์นี้จะอยู่ในใจของเหล่านักเรียน
ตลอดชีวิต จบม.ปลายไปแล้วหลายปี
มีการรวมรุ่นและเชิญอาจารย์เข้ามาด้วย
ศิษย์เก่าที่จบไปเล่าว่าความทรงจำที่ดีที่สุด
ของเธอคือ  ตอนที่ได้เลี้ยงไก่ในวิชาชีวิต
.
มีเด็กคนนึงเล่าในงานรวมรุ่นว่า
"เธอตั้งท้องในขณะยังเรียนอยู่
มีคนรอบข้างบอกว่า ไม่่ควรจะมีลูกระหว่างเรียน  ไปเอาเด็กออกดีมั้ย แต่เธอไม่เคยคิดแบบนั้นเลย  เพราะเธอได้เรียนรู้ความสำคัญ
ของการมีชีวิตจากคลาสเรียนของอาจารย์แล้ว"
.
แม้วิชานี้อาจจะดูโหดไปหน่อยในสายตา
หลายๆคน แต่วิชานี้ก็กลายเป็นภูมิต้านทานอันดี ให้นักเรียนของอาจารย์
มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็ง
.
ประสบการณ์แบบนี้สอนให้คนเรารู้จัก
"เห็นคุณค่าของการได้เกิดมา" และ
"เห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่"
.
นี่แหละครับคืออาจารย์มานาเบะที่กล้าทำ
"วิชาชีวิต" ขึ้นมาเพื่อเด็กๆอย่างแท้จริงครับ

Cr.JapanSalaryman

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น