วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เรื่องของเรื่อง....มีอยู่ว่า..... ผมเติบโตมาจากครอบครัวแตกแยก ตอนที่ผมอายุได้7ขวบ ผมเห็นพ่อตะโกนด่าแม่ เสียงดังลั่นบ้าน ถึงขนาดโยนโซฟาขว้างมา เกือบจะโดนผม ข้าวของถูกปาทิ้งเกลื่อนเต็มบ้าน ภาพนั้นยังติดตาผมมาจนถึงวันนี้ แม้ตอนนี้ผมจะอายุได้20ปีแล้วก็ตาม พ่อทิ้งพวกเราไปตอนที่ผมอายุได้8ขวบ ไม่มีข่าวคราว ไม่มีการติดต่อ ไม่เคยกลับมาเยี่ยม ไม่เคยส่งเสียและเลี้ยงดูเราแม่ลูก ต่อมาผมถึงได้รู้ว่า พ่อแต่งงานใหม่ มีชีวิตกับครอบครัวใหม่ของพ่อ เมื่อขาดหัวหน้าครอบครัว แม่จึงต้องลุกขึ้นมา แบกภาระทั้งหมดไว้ ผมยังเด็ก พี่สาวก็อยู่ในวัย หัวเลี้ยวหัวต่อ แม่จึงฮึดสู้ไม่มีแม้แต่เวลามานั่งเสียใจ คร่ำครวญ แม่บอกพวกเราตอนนั้นว่า “แม่จะทำเพื่อลูก ลูกคือดวงใจของแม่” ผมยังจำได้ดี วันที่แม่รู้ว่าพ่อไปมีครอบครัวใหม่ ความโศกเศร้าเสียใจ ที่แม่พยายามข่มซ่อนเอาไว้ ทำให้ผมไม่กล้าร้องไห้ให้แม่เห็น ได้แต่กล้ำกลืนเอาไว้ในใจ ตอนนั้น เพื่อนบ้านเอาแต่พูดคุยเรื่องของบ้านเรา ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เรื่องของพ่อและแม่ ใครๆก็ค่อนขอดว่าพ่อของผมไม่เอาไหน สำมะเลเทเมาไปวันๆ ผม ณ เวลานั้น ไม่อยากจะพบเจอหน้าใครๆ ผมกลัวคำพูดของผู้ใหญ่ทุกๆคน ผมเคยเอากำปั้นชกกับกำแพงบ้านแบบโง่ๆ คิดแบบโง่ๆว่า “ทำไมเราถึงซวยอย่างนี้ เรื่องแบบนี้ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรา ทำไมเราถึงมีพ่อเฮงซวยอย่างนี้?” ผมไม่รู้ว่าผมร้องไห้นานเท่าไหร่จึงคิดได้ เด็กตัวเล็กๆในตอนนั้น พยายามบอกกับตัวเองให้สู้ ผมต้องดูแลแม่ให้ได้ ผมต้องเข้มแข็ง ผมจะต้องไม่ทำให้แม่เสียใจ ผมจะต้องเอาดีให้ได้ พี่สาวของผมต้องลาออกจากโรงเรียน ตอนอายุ14ปี เพื่อออกมาทำงาน พี่บอกว่า “พี่จะทำงานช่วยแม่ เรียนไปก็เป็นภาระ ของแม่เปล่าๆ ต่อให้เป็นขี้ปากชาวบ้านก็ช่างปะไร ไหนๆก็ไม่มีอะไรดี ให้ใครเขายกย่องอยู่แล้ว แกคนเดียวนะต้อมที่เป็นความหวังของแม่และพี่ อย่าทำให้แม่กับพี่ผิดหวังล่ะ?” วันนี้ ผมเรียนมหาวิทยาลัยตามที่แม่และพี่คาดหวัง ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งแต่ผมมีความพยายาม และผมไม่เคยทำตัวให้แม่และพี่ต้องเป็นห่วง เพราะผมรู้ ต่อให้ผมเรียนหนักแค่ไหน มันก็ไม่เท่ากับแม่และพี่ที่ต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินส่งเสียผม นี่คือสิ่งที่คอยเตือนใจ เวลาผมจะวอกแวกไถลออกนอกลู่นอกทาง ครอบครัวแตกแยก ไม่เสมอไปว่าเราต้องใจแตก หรือร้าวไปตลอดชีวิต เราเริ่มต้นใหม่ได้! ผมอยากให้น้องๆ ที่เติบโตมาจากครอบครัว ที่แตกแยก ทั้งหลายจงรักและดูแลคนที่เลี้ยงดูเราให้ดี ต้องรู้ว่าท่านลำบากเพื่อเราเพียงใด เห็นด้วยสายตาต้องรู้ระลึกจำไว้ในใจอยู่เสมอ ผมอยากให้กำลังใจไม่ว่าจะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ขอให้คุณลุกขึ้นสู้อย่าหมดหวัง เพื่อคนที่คุณรักและเพื่อคนที่รักคุณ และผมอยากบอกกับลูกๆบ้านใด ที่มีพ่อแม่พร้อมหน้าจงรู้ไว้ คุณมีพร้อมมากกว่าพวกเรา อย่างอแงเรียกร้องอะไรจากพ่อแม่ให้มากนัก แค่คุณมีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้า คุณก็มีวาสนามากกว่าพวกเราไม่รู้กี่เท่าแล้ว ท้ายสุดนี้ ขอให้เพื่อนๆระลึกไว้ว่า ต่อให้เราเติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ แต่มีคนที่คอยมอบความรักอันสมบูรณ์ให้เราเสมอ ความรักอันสมบูรณ์นั้นคอยเยียวยาทุกสิ่งอย่าง ความรักอันสมบูรณ์นี้ผมได้มาจากแม่และพี่สาว แล้วคุณล่ะ ได้มาจากใคร? cr. คมคำคิด

เรื่องของเรื่อง....มีอยู่ว่า.....

ผมเติบโตมาจากครอบครัวแตกแยก
ตอนที่ผมอายุได้7ขวบ ผมเห็นพ่อตะโกนด่าแม่
เสียงดังลั่นบ้าน ถึงขนาดโยนโซฟาขว้างมา
เกือบจะโดนผม ข้าวของถูกปาทิ้งเกลื่อนเต็มบ้าน
ภาพนั้นยังติดตาผมมาจนถึงวันนี้
แม้ตอนนี้ผมจะอายุได้20ปีแล้วก็ตาม

พ่อทิ้งพวกเราไปตอนที่ผมอายุได้8ขวบ
ไม่มีข่าวคราว ไม่มีการติดต่อ ไม่เคยกลับมาเยี่ยม
ไม่เคยส่งเสียและเลี้ยงดูเราแม่ลูก
ต่อมาผมถึงได้รู้ว่า  พ่อแต่งงานใหม่
มีชีวิตกับครอบครัวใหม่ของพ่อ

เมื่อขาดหัวหน้าครอบครัว แม่จึงต้องลุกขึ้นมา
แบกภาระทั้งหมดไว้ ผมยังเด็ก พี่สาวก็อยู่ในวัย
หัวเลี้ยวหัวต่อ แม่จึงฮึดสู้ไม่มีแม้แต่เวลามานั่งเสียใจ คร่ำครวญ แม่บอกพวกเราตอนนั้นว่า

“แม่จะทำเพื่อลูก ลูกคือดวงใจของแม่”

ผมยังจำได้ดี วันที่แม่รู้ว่าพ่อไปมีครอบครัวใหม่
ความโศกเศร้าเสียใจ ที่แม่พยายามข่มซ่อนเอาไว้
ทำให้ผมไม่กล้าร้องไห้ให้แม่เห็น
ได้แต่กล้ำกลืนเอาไว้ในใจ

ตอนนั้น เพื่อนบ้านเอาแต่พูดคุยเรื่องของบ้านเรา
ไปที่ไหนก็ได้ยินแต่เรื่องของพ่อและแม่
ใครๆก็ค่อนขอดว่าพ่อของผมไม่เอาไหน
สำมะเลเทเมาไปวันๆ

ผม ณ เวลานั้น ไม่อยากจะพบเจอหน้าใครๆ
ผมกลัวคำพูดของผู้ใหญ่ทุกๆคน
ผมเคยเอากำปั้นชกกับกำแพงบ้านแบบโง่ๆ
คิดแบบโง่ๆว่า “ทำไมเราถึงซวยอย่างนี้
เรื่องแบบนี้ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรา
ทำไมเราถึงมีพ่อเฮงซวยอย่างนี้?”

ผมไม่รู้ว่าผมร้องไห้นานเท่าไหร่จึงคิดได้
เด็กตัวเล็กๆในตอนนั้น พยายามบอกกับตัวเองให้สู้
ผมต้องดูแลแม่ให้ได้ ผมต้องเข้มแข็ง
ผมจะต้องไม่ทำให้แม่เสียใจ ผมจะต้องเอาดีให้ได้

พี่สาวของผมต้องลาออกจากโรงเรียน ตอนอายุ14ปี
เพื่อออกมาทำงาน พี่บอกว่า

“พี่จะทำงานช่วยแม่ เรียนไปก็เป็นภาระ
ของแม่เปล่าๆ  ต่อให้เป็นขี้ปากชาวบ้านก็ช่างปะไร ไหนๆก็ไม่มีอะไรดี  ให้ใครเขายกย่องอยู่แล้ว
แกคนเดียวนะต้อมที่เป็นความหวังของแม่และพี่
อย่าทำให้แม่กับพี่ผิดหวังล่ะ?”

วันนี้ ผมเรียนมหาวิทยาลัยตามที่แม่และพี่คาดหวัง
ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งแต่ผมมีความพยายาม
และผมไม่เคยทำตัวให้แม่และพี่ต้องเป็นห่วง
เพราะผมรู้ ต่อให้ผมเรียนหนักแค่ไหน
มันก็ไม่เท่ากับแม่และพี่ที่ต้องทำงานหนัก
เพื่อหาเงินส่งเสียผม นี่คือสิ่งที่คอยเตือนใจ
เวลาผมจะวอกแวกไถลออกนอกลู่นอกทาง

ครอบครัวแตกแยก ไม่เสมอไปว่าเราต้องใจแตก
หรือร้าวไปตลอดชีวิต เราเริ่มต้นใหม่ได้!

ผมอยากให้น้องๆ ที่เติบโตมาจากครอบครัว
ที่แตกแยก ทั้งหลายจงรักและดูแลคนที่เลี้ยงดูเราให้ดี ต้องรู้ว่าท่านลำบากเพื่อเราเพียงใด
เห็นด้วยสายตาต้องรู้ระลึกจำไว้ในใจอยู่เสมอ
ผมอยากให้กำลังใจไม่ว่าจะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
หรือคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ขอให้คุณลุกขึ้นสู้อย่าหมดหวัง  เพื่อคนที่คุณรักและเพื่อคนที่รักคุณ

และผมอยากบอกกับลูกๆบ้านใด
ที่มีพ่อแม่พร้อมหน้าจงรู้ไว้
คุณมีพร้อมมากกว่าพวกเรา
อย่างอแงเรียกร้องอะไรจากพ่อแม่ให้มากนัก
แค่คุณมีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้า
คุณก็มีวาสนามากกว่าพวกเราไม่รู้กี่เท่าแล้ว

ท้ายสุดนี้ ขอให้เพื่อนๆระลึกไว้ว่า
ต่อให้เราเติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์
แต่มีคนที่คอยมอบความรักอันสมบูรณ์ให้เราเสมอ
ความรักอันสมบูรณ์นั้นคอยเยียวยาทุกสิ่งอย่าง
ความรักอันสมบูรณ์นี้ผมได้มาจากแม่และพี่สาว
แล้วคุณล่ะ ได้มาจากใคร?

cr. คมคำคิด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น