วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

พระเมตตา"สมเด็จพระราชินี"แผ่ล้นบนแผ่นดินสยาม

พระเมตตา"สมเด็จพระราชินี"แผ่ล้นบนแผ่นดินสยาม

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกหัวระแหงมายาวนานกว่า 60 ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไม่เพียงทรงเป็นพระคู่ขวัญของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เท่านั้น

หากแต่ยังทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต กิจการด้านสาธารณสุข โดยทรงดำรงตำแหน่งองค์อุปนายิกาสภากาชาดไทย ด้วยมีพระราชประสงค์ให้บุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทที่ห่างไกลมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาโดยตลอด แม้กระทั่งบรรดาเพื่อนบ้านที่ต้องลี้ภัยอพยพเข้ามายังแผ่นดินไทย ก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เช่นเดียวกัน
 ดังจะเห็นได้จากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2518 สมัยที่เขมรแดงทำสงครามเข้ายึดประเทศกัมพูชา ระหว่างนั้นเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรมที่วังไกลกังวล พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เลขาธิการสภากาชาดไทยขณะนั้น ได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบว่า สภากาชาดไทยได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดตราดว่า มีชาวกัมพูชาที่หลบหนีภัยสงครามในประเทศของเขาเรือนหมื่นเรือนแสนคน ข้ามภูเขาเข้ามาหลบภัยในประเทศไทยบริเวณชายฝั่งทะเล แต่ละคนมาด้วยสภาพร่างกายที่อิดโรย อดอยาก และเจ็บป่วย
 เมื่อทรงทราบถึงความเดือดร้อนของชาวกัมพูชาเหล่านั้น วันรุ่งขึ้นจึงเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง แม้บริเวณที่ชาวกัมพูชาลี้ภัยมาจะสกปรกไปด้วยปัสสาวะและอุจจาระที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มิได้ทรงรังเกียจ กลับทรงพระดำเนินทอดพระเนตรชาวกัมพูชาด้วยทรงต้องการทราบถึงความทุกข์ยากของพวกเขาอย่างใส่พระราชหฤทัย ทั้งยังมีพระราชกระแสรับสั่งให้นางสนองพระโอษฐ์กลุ่มหนึ่งคอยเป็นธุระจัดหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นที่หาได้ใน จ.ตราด เพื่อทุเลาความยากลำบากในเบื้องต้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำธงกาชาดพื้นขาวกากบาทสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์กาชาด นำมาติดไว้บริเวณหลังคาโรงเรือน เพื่อใช้เป็นอาคารอำนวยการกาชาดไทย ซึ่งธงกาชาดผืนนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วย
 การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ว่าจังหวัดใด จะมีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยแพทย์อาสาตามเสด็จไปด้วยทุกครั้ง เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่เจ็บป่วยทั่วทุกแห่งหนภายใต้หลักมนุษยธรรมโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ชนชั้น และวรรณะของบุคคลที่ตกทุกข์ได้ยาก ครั้งหนึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรภาคใต้ มีราษฎรคนหนึ่งไม่สบายด้วยโรคเรื้อนจนตาไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะเดินทางมาหาหน่วยแพทย์อาสาและเฝ้ารอรับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรผู้ป่วยและมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยคนอื่นๆ อยู่นั้น ผู้ป่วยโรคเรื้อนได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ จึงพูดออกไปว่า "ประไหมสุหรี ขอจับมือหน่อย"  แม้จะมีคำกราบบังคมทูลไม่ประสงค์ให้พระองค์เข้าใกล้ และสั่งห้ามชายคนนั้นเข้าใกล้พระองค์ท่านอย่างต่อเนื่อง แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงยื่นพระหัตถ์ไปให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนจับอย่างไม่ทรงรังเกียจและไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อย
 แม้หลายคนจะมองว่าตลอดพระชนม์ชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้นโรยด้วยกลีบกุหลาบไม่มีอุปสรรคใดๆ ให้ระคายเคืองพระราชหฤทัย แต่แท้จริงแล้วภายใต้เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่เปรียบเสมือนความทุกข์ของราษฎรไทยคอยทิ่มแทงตลอดเวลา ทรงรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนแล้วทรงนำมาบำบัดให้เป็นความสุขอย่างไม่รู้สึกย่อท้อ นับเป็นพระเมตตาและน้ำพระราชหฤทัยอันมากล้น ที่พระราชทานแก่ประชาชนของพระองค์และประชาชนประเทศเพื่อนบ้านอย่างหาที่สุดมิได้
 อีกครั้งที่ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดทางภาคใต้ ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโล่เกียรติคุณแก่บุคคลที่เข้าเฝ้าฯ อยู่นั้น ได้เกิดระเบิดอย่างแรงและเสียงดังมากขึ้นหน้าพลับพลาที่ประทับ
 ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จต่างวิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน แต่เมื่อทุกคนนึกขึ้นได้ว่าในหลวงและราชินีของพวกเขาจะเสด็จฯ ไปทางไหน จึงหันกลับมามองที่พลับพลาที่ประทับอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือ ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่ได้เสด็จฯ หนีไปทางไหนเลย ทุกพระองค์ประทับอยู่ที่เดิม และพระราชทานโล่เกียรติคุณแก่ทุกคนอย่างไม่รู้สึกกังวลพระราชหฤทัย รวมถึงไม่ได้มีพระราชกระแสรับสั่งตัดหมายกำหนดการออกเลย ทรงเยี่ยมประชาชนที่มารอเข้าเฝ้าฯ และมีพระราชปฏิสันถารอย่างใกล้ชิด ทรงปฏิบัติตามหมายกำหนดการในทุกขั้นตอน ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ดึกแล้ว แต่ก็ยังเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นต่ออีกอย่างไม่ถือพระองค์ ทรงใส่พระราชหฤทัยต่อคนเจ็บอย่างมาก มีพระราชกระแสรับสั่งถามถึงอาการและรับสั่งถามด้วยว่า "จะให้เราช่วยอะไรหรือไม่" ยังความซาบซึ้งแก่คนเจ็บและผู้ที่มีโอกาสได้ตามเสด็จในครั้งนั้นอย่างหาที่สุดมิได้ 
 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2553 นี้ หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกนี้ จงคุ้มครองรักษาให้ทรงปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิ์แก่พระองค์ตลอดไป
 ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
เรื่อง / ภาพ อ.เผ่าทอง ทองเจือ
โดยการสนับสนุนของ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น